AppcracyAppcracy
Apple Music

Apple Music

รีวิว 4.5หมวดหมู่ เพลงและเสียงยอดดาวน์โหลด100.00M

โฆษณา

ภาพหน้าจอ

Apple Music screenshot
Apple Music screenshot
Apple Music screenshot
Apple Music screenshot
Apple Music screenshot
Apple Music screenshot
Apple Music screenshot
Apple Music screenshot

ดาวน์โหลด

ดาวน์โหลดบนGoogle Playดาวน์โหลดบนApp Storeดาวน์โหลดไฟล์ APK

ข้อดี

  • คุณภาพเสียงระดับสูง
  • รองรับการใช้งานออฟไลน์
  • มีเพลงให้เลือกหลากหลาย
  • อินเทอร์เฟซที่ใช้งานง่าย
  • เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ Apple ได้ดี

ข้อเสีย

  • ต้องสมัครสมาชิกเพื่อใช้งานเต็มรูปแบบ
  • การค้นหาเพลงบางครั้งไม่แม่นยำ
  • ไม่มีเวอร์ชั่นฟรี
  • การใช้งานบน Android อาจมีข้อจำกัด
  • ต้องการอินเทอร์เน็ตสำหรับสตรีมมิ่ง
โฆษณา

วิเคราะห์โดย Appcracy

ในฐานะคนที่ฟังเพลงระหว่างเดินทาง ทำงานบ้าน และพักผ่อน ผมมองว่า Apple Music เหมาะกับคนที่อยากเปิดเพลงต่อเนื่องโดยไม่ต้องคอยหลบโฆษณาคั่นกลาง ความน่าสนใจไม่ได้อยู่แค่การเลือกเพลงมาฟัง แต่ยังอยู่ที่การค้นหาเพลงใหม่และจัดการคลังเพลงให้เข้ากับกิจวัตรของตัวเองด้วย อย่างไรก็ตาม ประสบการณ์จะคุ้มแค่ไหนขึ้นอยู่กับว่าคุณชอบฟังเพลงแบบไหนและพร้อมจ่ายค่าสมาชิกหรือไม่

บริการในปัจจุบันเหมาะกับใคร

Apple Music เป็นแอปด้านเพลงและเสียงจาก Apple ที่มีเพลงให้เลือกฟังมากกว่า 100 ล้านเพลง จุดนี้ทำให้ผมหาเพลงได้ทั้งตอนที่อยากเปิดอัลบั้มที่รู้จักอยู่แล้ว และตอนที่อยากลองแนวใหม่โดยไม่ต้องสลับไปค้นหาจากหลายแอป คำว่าไม่มีโฆษณามีความหมายในชีวิตจริงตรงช่วงที่เปิดเพลย์ลิสต์ทำงานหรือเปิดเพลงระหว่างเดินทาง เพราะไม่ต้องคอยหยุดอารมณ์เพื่อฟังโฆษณา

แอปนี้เหมาะกับคนที่ชอบฟังอัลบั้มเต็ม ชอบสร้างเพลย์ลิสต์ของตัวเอง หรืออยากให้ระบบช่วยพาไปเจอเพลงที่ยังไม่คุ้น ส่วนคนที่ฟังเพลงเป็นครั้งคราวและต้องการแค่เปิดเพลงฟรี อาจรู้สึกว่าการสมัครสมาชิกไม่จำเป็นนัก เพราะมีบริการฟังเพลงทางเลือกอื่นที่เน้นการเข้าถึงแบบไม่เสียเงิน แม้อาจต้องยอมรับโฆษณาหรือข้อจำกัดบางอย่างแทน

คู่มือและเรื่องราวเกี่ยวกับ Apple Music

ตัวแอปเปิดให้ดาวน์โหลดฟรี แต่การฟังแบบสมาชิกมีการซื้อภายในแอป ราคาแต่ละรายการอยู่ในช่วง 79 ถึง 7,500 บาท จึงควรตรวจตัวเลือกและเงื่อนไขที่แสดงในแอปก่อนตัดสินใจ แทนที่จะคิดว่าการติดตั้งฟรีหมายถึงฟังทุกอย่างได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย แอปจัดเรตสำหรับผู้ใช้ประเภท 12 ปีขึ้นไปด้วย รายละเอียดเหล่านี้ช่วยให้เลือกได้เหมาะกับทั้งงบประมาณและผู้ที่จะใช้งาน

จุดเริ่มต้นและพัฒนาการที่ยืนยันได้

Apple เปิดตัวบริการนี้เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2558 และปัจจุบันมีผู้ติดตั้งมากกว่า 100 ล้านครั้ง พร้อมคะแนนเฉลี่ย 4.5 จากผู้ให้คะแนนราว 687,000 คน และรีวิวประมาณ 3,000 รายการ ตัวเลขเหล่านี้บอกได้ว่ามีคนจำนวนมากเลือกใช้ แต่ไม่ได้รับประกันว่าทุกคนจะชอบวิธีจัดเพลงหรือคำแนะนำเหมือนกัน ผมจึงมองคะแนนเป็นภาพรวมประกอบการตัดสินใจ มากกว่าจะใช้แทนการลองฟังด้วยตัวเอง

โฆษณา

ในฐานะบริการของ Apple แอปนี้มีความคุ้นเคยเป็นพิเศษสำหรับคนที่ใช้ผลิตภัณฑ์ของค่ายอยู่แล้ว แต่แก่นของมันยังเป็นแอปสตรีมเพลงที่ผู้ฟังเลือกค้นหาเพลง เปิดอัลบั้ม และทำเพลย์ลิสต์ได้ การใช้งานจริงจึงควรตัดสินจากความสะดวกในการหาเพลงที่คุณชอบและความเหมาะสมกับอุปกรณ์ของคุณ ไม่ใช่จากชื่อผู้พัฒนาเพียงอย่างเดียว

ประสบการณ์การใช้งาน

จากที่ได้ลองใช้งาน Apple Music สิ่งที่ชัดเจนที่สุดคือความง่ายดายในการใช้งานครับ ตัวแอพมีหน้าตาที่เรียบง่ายและดูดีมากๆ การค้นหาเพลงหรืออัลบั้มที่ต้องการก็ทำได้โดยง่ายดาย และการแนะนำเพลงใหม่ๆที่ตรงกับรสนิยมของเราก็ถือว่าเป็นอีกจุดเด่นหนึ่งที่ทำให้ผมติดใจครับ

เรื่องที่น่าอ่านต่อ

เคล็ดลับที่ช่วยให้การแนะนำเพลงเข้าทางขึ้นคือกดบันทึกเพลงที่ชอบลงคลังหรือเพลย์ลิสต์ และข้ามเพลงที่ไม่ตรงรสนิยมอย่างตรงไปตรงมา แทนการเปิดเพลงทิ้งไว้โดยไม่เลือกอะไรเลย เมื่อผมค้นหาเพลงจากชื่อศิลปินหรืออัลบั้ม การเริ่มจากหน้าศิลปินยังช่วยให้เห็นผลงานหลายชุดในบริบทเดียวกัน เหมาะกับวันที่อยากสำรวจเพลงเก่าก่อนฟังอัลบั้มใหม่ ทั้งนี้ คำแนะนำเป็นเพียงจุดเริ่มต้น ถ้ารสนิยมของคุณเปลี่ยนตามอารมณ์ การค้นหาเองมักแม่นกว่าในวันนั้น

ในวันทำงาน ผมอาจเปิดเพลย์ลิสต์ที่ตั้งใจทำไว้สำหรับช่วงที่ต้องมีสมาธิ แล้วค่อยเปลี่ยนไปค้นหาอัลบั้มที่อยากฟังระหว่างพัก วิธีนี้สะดวกกว่าการเลือกเพลงทีละเพลง และทำให้เพลงที่อยากกลับมาฟังไม่จมหายไปกับประวัติการค้นหา หากใช้ร่วมกันหลายคน ควรแยกเพลย์ลิสต์ตามกิจกรรมหรืออารมณ์ให้ชัด เพราะคลังเพลงที่รวมทุกอย่างไว้กองเดียวจะจัดการยากขึ้นเรื่อยๆ

เมื่อเทียบกับบริการสตรีมเพลงทั่วไป ผมชอบที่ Apple Music ให้ความรู้สึกเหมือนพื้นที่สำหรับฟังและจัดเพลง มากกว่าการเปิดสถานีสุ่มแล้วปล่อยให้เล่นไปเรื่อยๆ แต่ถ้าคุณต้องการค้นพบเพลงใหม่โดยแทบไม่ต้องแตะหน้าจอ บริการที่เน้นสถานีหรือการเล่นต่อเนื่องอัตโนมัติอาจเหมาะกว่า ส่วนคนที่อยากฟังคลิปหรือเนื้อหาที่ผู้ใช้เผยแพร่เป็นหลัก อาจพบว่าบริการวิดีโอมีตัวเลือกหลากหลายกว่า แม้ประสบการณ์จะไม่เหมือนการใช้คลังเพลงโดยตรง

โฆษณา

เรื่องที่ควรคิดก่อนเลือกคือความเข้ากันได้กับวิธีฟังของตัวเอง คุณมักเริ่มจากการค้นหาอัลบั้มและจัดคิวเพลง หรือปล่อยให้แอปสุ่มเพลงให้? ถ้าชอบควบคุมสิ่งที่จะฟัง แอปนี้ตอบโจทย์ได้ดี แต่ถ้าต้องการวิทยุที่แทบไม่ต้องจัดการ หรือมีคลังเพลงส่วนตัวที่จัดไว้อย่างละเอียดในบริการอื่นอยู่แล้ว การย้ายพฤติกรรมทั้งหมดอาจไม่คุ้มกับความยุ่งยากในช่วงแรก

คุณภาพเสียง

เรื่องคุณภาพเสียงของ Apple Music นั้นต้องยกนิ้วให้เลยครับ เสียงที่ได้ฟังถือว่าคมชัดและมีมิติที่ดีมาก โดยเฉพาะถ้าคุณใช้หูฟังหรือระบบเสียงที่มีคุณภาพ จะยิ่งทำให้ประสบการณ์การฟังเพลงของคุณยิ่งพิเศษขึ้นไปอีกครับ

ผมแนะนำให้ลองฟังเพลงที่คุ้นเคยผ่านหูฟังชุดเดิมก่อน แล้วค่อยเปรียบเทียบกับลำโพงที่ใช้ประจำ วิธีนี้ช่วยแยกได้ว่าความแตกต่างมาจากตัวเพลง อุปกรณ์ หรือสภาพแวดล้อม การเปิดเสียงดังขึ้นไม่ได้แปลว่าคุณภาพดีกว่าเสมอไป และในรถหรือบนรถโดยสาร เสียงรอบข้างอาจกลบรายละเอียดที่ได้ยินชัดในห้องเงียบ ดังนั้นอย่าตัดสินจากการฟังเพียงสถานการณ์เดียว

อีกข้อแลกเปลี่ยนคือคุณภาพที่รับรู้ได้ขึ้นอยู่กับหูฟัง ลำโพง และการเชื่อมต่อที่คุณใช้ คนที่ฟังผ่านอุปกรณ์พื้นฐานหรือเปิดเพลงคลอเบาๆ อาจไม่รู้สึกถึงความแตกต่างมากเท่าคนที่ตั้งใจฟังรายละเอียด หากคุณสมัครเพราะหวังผลเรื่องเสียงอย่างเดียว ผมจะลองกับอุปกรณ์จริงก่อน แล้วค่อยตัดสินใจว่าความเปลี่ยนแปลงนั้นมีความหมายกับการฟังประจำวันหรือไม่

ดาวน์โหลดและฟังระหว่างเดินทาง

Apple Music ยังมีตัวเลือกในการดาวน์โหลดเพลงเพื่อฟังแบบออฟไลน์ ซึ่งเหมาะมากสำหรับคนที่เดินทางบ่อยๆ หรืออยู่ในที่ที่ไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ตครับ

โฆษณา

การเตรียมเพลงไว้ล่วงหน้ามีประโยชน์กว่ารอให้สัญญาณขาดแล้วค่อยหาทางแก้ ก่อนออกจากบ้าน ผมจะเลือกอัลบั้มหรือเพลย์ลิสต์ที่รู้ว่าจะฟังระหว่างทางและตรวจให้แน่ใจว่าโหลดไว้ครบแล้ว การทำเช่นนี้เหมาะกับเที่ยวบิน การเดินทางผ่านพื้นที่สัญญาณไม่แน่นอน หรือช่วงที่ไม่อยากใช้เครือข่ายมือถือกับการสตรีมต่อเนื่อง ข้อแลกเปลี่ยนคือเพลงที่ดาวน์โหลดใช้พื้นที่ในเครื่อง จึงควรเลือกเฉพาะสิ่งที่มีโอกาสเปิดจริง แทนการเก็บทุกอย่างไว้พร้อมกัน

ถ้าคุณสลับระหว่างโทรศัพท์กับอุปกรณ์อื่นเป็นประจำ ให้คิดเรื่องตำแหน่งที่ต้องการฟังไว้ตั้งแต่ตอนจัดเพลง การดาวน์โหลดไว้บนอุปกรณ์ที่ไม่ได้พกติดตัวช่วยไม่ได้มากนักในวันที่ต้องออกไปข้างนอก การจัดเพลย์ลิสต์สำหรับเดินทางแยกจากเพลงที่ฟังที่บ้านยังช่วยให้เลือกเนื้อหาที่เหมาะกับแต่ละช่วงได้เร็วขึ้น โดยไม่ต้องไล่หาเพลงใหม่ตอนกำลังรีบ

การสมัครสมาชิกและราคา

ในเรื่องของการสมัครสมาชิกนั้น Apple Music มีตัวเลือกให้ทดลองใช้งานฟรีเป็นเวลา 3 เดือน ซึ่งถือว่าเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการตัดสินใจว่าคุณจะสมัครสมาชิกต่อหรือไม่ครับ ราคาที่เสนอมาก็ถือว่าเป็นไปตามมาตรฐานของบริการสตรีมมิ่งเพลงทั่วๆไป และมีหลายแผนให้เลือกตามความเหมาะสมกับการใช้งานของแต่ละคนครับ

ในทางปฏิบัติ ผมจะใช้ช่วงทดลองเพื่อทดสอบพฤติกรรมจริง ไม่ใช่แค่เปิดเพลงสองสามครั้ง ลองค้นหาเพลงที่ฟังประจำ สร้างเพลย์ลิสต์สำหรับกิจวัตรหนึ่งอย่าง และดูว่าคำแนะนำพาไปเจอเพลงที่อยากเก็บไว้หรือไม่ จากนั้นค่อยประเมินว่าการฟังแบบไม่มีโฆษณาและการเข้าถึงเพลงที่ต้องการคุ้มกับค่าใช้จ่ายสำหรับตัวเองหรือเปล่า เงื่อนไขทดลองและแผนสมาชิกอาจแตกต่างกันตามข้อเสนอที่ได้รับ จึงควรอ่านรายละเอียดปัจจุบันในแอปก่อนกดยืนยัน

อีกจุดที่มักถูกมองข้ามคือการสมัครผ่านแอปอาจมีตัวเลือกซื้อภายในแอปหลายรายการ อย่าตัดสินจากป้ายว่าดาวน์โหลดฟรีอย่างเดียว ควรตรวจให้ชัดว่ากำลังเลือกแผนใด รอบการเรียกเก็บเงินเป็นอย่างไร และจะจัดการสมาชิกจากช่องทางไหน หากไม่ต้องการต่อหลังช่วงทดลอง ให้ตั้งการเตือนล่วงหน้าและตรวจสถานะสมาชิกด้วยตัวเอง การทำเช่นนี้ลดโอกาสพลาดกำหนดได้ดีกว่าหวังว่าจะจำได้ในวันที่ยุ่ง

สิ่งที่ยังควรพิจารณาก่อนเลือก

แม้ผมชอบการค้นหาและการจัดเพลง แต่ความเรียบง่ายของหน้าจอก็ไม่ได้ทำให้ทุกงานเร็วทันที ผู้ใช้ใหม่อาจต้องใช้เวลาทำความคุ้นเคยกับการแยกเพลงที่บันทึกไว้ อัลบั้ม และเพลย์ลิสต์ โดยเฉพาะถ้าคุ้นกับบริการที่นำสถานีเพลงหรือคำแนะนำมาไว้ตรงหน้าเป็นหลัก ผมจึงมองว่าการเริ่มจากเพลย์ลิสต์ไม่กี่ชุดและคลังที่จัดตามการใช้งานจริง จะช่วยไม่ให้หน้าฟังกลายเป็นพื้นที่รก

อีกข้อจำกัดคือคำแนะนำอัตโนมัติไม่อาจเข้าใจทุกบริบทของผู้ฟังได้ เพลงที่เหมาะกับการออกกำลังกายอาจไม่ใช่เพลงที่อยากฟังตอนพัก และเพลงที่เปิดให้คนอื่นฟังในบ้านอาจทำให้ภาพรสนิยมที่ระบบเรียนรู้คลาดเคลื่อน ถ้าคุณใช้แอปในหลายสถานการณ์ การค้นหาโดยตรงหรือเลือกเพลย์ลิสต์ตามงานจึงอาจแม่นกว่า และการกดข้ามเพลงที่ไม่ใช่ก็ช่วยให้ประสบการณ์ไม่ติดอยู่กับแนวเดิมมากเกินไป

ถ้าคุณต้องการฟังฟรีเป็นหลัก มีคลังเพลงที่ดูแลไว้ในแอปอื่นอยู่แล้ว หรือชอบดูการแสดงและเนื้อหาวิดีโอมากกว่าฟังเสียงอย่างเดียว Apple Music อาจไม่ใช่ตัวเลือกที่เหมาะที่สุด การย้ายคลังยังต้องใช้แรงจัดเพลงและสร้างเพลย์ลิสต์ใหม่ตามวิธีที่คุณชอบ ผมจะเลือกใช้ต่อเมื่อการค้นหาเพลง การฟังอัลบั้ม และการดาวน์โหลดไว้เดินทางมีคุณค่าพอที่จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตร ไม่ใช่เพียงเพราะอยากลองแอปใหม่

ใครน่าจะใช้งานได้คุ้ม

สำหรับคนที่ฟังเพลงแทบทุกวันและอยากมีทั้งอัลบั้มโปรดกับเพลงใหม่อยู่ในที่เดียว บริการนี้มีเหตุผลให้ลอง โดยเฉพาะคนที่ชอบเลือกสิ่งที่จะฟังเองและให้ความสำคัญกับการฟังต่อเนื่องโดยไม่มีโฆษณา ครอบครัวหรือเพื่อนที่มีรสนิยมต่างกันก็อาจใช้เพลย์ลิสต์แยกตามคนหรือโอกาสได้ แต่ควรพิจารณารายละเอียดแผนที่เหมาะกับจำนวนผู้ใช้ก่อนสมัคร

ส่วนผู้ฟังที่เปิดเพลงเพียงบางครั้ง ควรถามตัวเองว่าความสะดวกจากการเข้าถึงเพลงและการเก็บเพลงไว้ในคลังช่วยมากพอหรือไม่ หากคำตอบคือไม่ การใช้ตัวเลือกฟรีในหมวดเดียวกันอาจเหมาะกับงบมากกว่า แม้จะมีโฆษณาหรือวิธีฟังที่ต่างออกไป การเลือกแอปที่เข้ากับนิสัยจริงสำคัญกว่าการเลือกแอปที่มีคลังใหญ่ที่สุดในสายตา

ภาพรวมจากการใช้งานของผม

สุดท้ายนี้ ถ้าคุณกำลังมองหาบริการสตรีมมิ่งเพลงที่มีคุณภาพเสียงดี มีฟีเจอร์หลากหลายและใช้งานง่าย ผมขอแนะนำให้ลอง Apple Music ดูครับ คุณอาจจะหลงรักเหมือนที่ผมเป็นอยู่ตอนนี้ก็ได้ครับ

สำหรับผม จุดที่ทำให้แอปนี้น่าใช้คือการรวมการค้นหา การจัดเพลง และการฟังแบบออฟไลน์ไว้ในกิจวัตรเดียวกัน แต่ก็ไม่ได้เหมาะกับทุกคน หากคุณให้ความสำคัญกับการฟังฟรี หรืออยากให้ระบบเปิดเพลงแทนโดยแทบไม่ต้องเลือก บริการอื่นอาจเข้ากับนิสัยมากกว่า ส่วนคนที่ยังลังเลควรเริ่มจากการทดลองค้นหาเพลงที่ฟังจริงและตรวจแผนสมาชิกก่อนตัดสินใจ อย่าลืมว่าความชอบเรื่องเสียงและคำแนะนำเป็นเรื่องเฉพาะตัว ประสบการณ์ของคุณจึงอาจต่างจากผมได้

นับจากเปิดให้บริการเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2558 Apple Music เติบโตจนมีผู้ติดตั้งมากกว่า 100 ล้านครั้ง และได้รับคะแนนเฉลี่ย 4.5 จากผู้ให้คะแนนราว 687,000 คน พร้อมรีวิวประมาณ 3,000 รายการ ผมใช้ตัวเลขเหล่านี้เป็นบริบทว่ามีผู้คนเลือกลองใช้อย่างกว้างขวาง ไม่ใช่หลักฐานว่าทุกคนจะชอบเหมือนกัน สิ่งที่ควรจับตาต่อไปคือว่าแอปจะยังทำให้การค้นหาเพลงและจัดคลังเข้ากับนิสัยของคุณได้ดีแค่ไหน เมื่อรสนิยมและวิธีฟังเปลี่ยนไปตามเวลา

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Apple Music


Apple Music คืออะไรและมีฟีเจอร์อะไรบ้าง?

Apple Music เป็นบริการสตรีมมิ่งเพลงที่ให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงเพลงหลายล้านเพลงจากทั่วโลก ผู้ใช้สามารถสร้างเพลย์ลิสต์ส่วนตัว ฟังเพลงโปรด และดาวน์โหลดเพลงเพื่อฟังในโหมดออฟไลน์ นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์วิทยุและการฟังเพลงใหม่ที่ถูกแนะนำให้เหมาะกับรสนิยมของผู้ใช้ด้วย


Apple Music มีค่าบริการเท่าไหร่และมีแพลนอะไรบ้าง?

Apple Music มีหลายแพลนให้เลือกตามความต้องการของผู้ใช้ เช่น แพลนครอบครัว แพลนนักศึกษา และแพลนบุคคล ราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 99 บาทต่อเดือน ผู้ใช้สามารถทดลองใช้บริการฟรีได้ในช่วงแรกเพื่อทดลองฟีเจอร์ต่างๆ ก่อนตัดสินใจสมัครสมาชิก


Apple Music สามารถใช้งานบนอุปกรณ์ใดได้บ้าง?

Apple Music รองรับการใช้งานบนอุปกรณ์หลายประเภท เช่น iPhone, iPad, Mac, และ Apple Watch นอกจากนี้ยังสามารถใช้งานได้บนอุปกรณ์ Android และ Windows ผ่านแอปพลิเคชันที่รองรับ ทำให้ผู้ใช้สามารถฟังเพลงได้ทุกที่ทุกเวลา


Apple Music มีเพลงจากศิลปินไทยหรือไม่?

Apple Music มีคลังเพลงที่หลากหลายรวมถึงเพลงจากศิลปินไทย ไม่ว่าจะเป็นเพลงป๊อป ลูกทุ่ง หรือเพลงสากล ทำให้ผู้ใช้สามารถค้นหาและฟังเพลงที่ชื่นชอบได้อย่างง่ายดาย การสนับสนุนเพลงไทยช่วยให้ผู้ฟังสามารถติดตามศิลปินไทยและผลงานใหม่ๆ ได้เสมอ


Apple Music สามารถฟังเพลงแบบออฟไลน์ได้หรือไม่?

ผู้ใช้ Apple Music สามารถดาวน์โหลดเพลงเพื่อฟังแบบออฟไลน์ได้ ซึ่งเป็นฟีเจอร์ที่ช่วยประหยัดข้อมูลอินเทอร์เน็ตและทำให้สามารถฟังเพลงได้แม้ไม่มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ฟีเจอร์นี้เหมาะสำหรับการเดินทางหรือในพื้นที่ที่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ตที่จำกัด

โฆษณา

อ่านรีวิวนี้ในภาษาอื่น

Apple Music ENApple Music JAApple Music KOApple Music DEApple Music FRApple Music PTApple Music ESApple Music ITApple Music ARApple Music HIApple Music NL

เว็บไซต์นี้ให้ข้อมูลอิสระเกี่ยวกับแอปของบุคคลที่สาม เราไม่ได้เป็นเจ้าของ พัฒนา หรือเผยแพร่แอปเหล่านั้น ชื่อ โลโก้ และเครื่องหมายการค้าเป็นของเจ้าของแต่ละราย รายละเอียดผู้พัฒนามีไว้เพื่อใช้อ้างอิงเท่านั้น หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม โปรดติดต่อผู้พัฒนาที่ support@apple.com ไปที่ http://www.apple.com หรือดู http://www.apple.com/legal/privacy/

แอปที่ทำงานแบบเดียวกัน