
Google Home
รีวิว 4.6หมวดหมู่ ไลฟ์สไตล์ยอดดาวน์โหลด1.00B
ภาพหน้าจอ








ดาวน์โหลด
ดาวน์โหลดบนGoogle Playดาวน์โหลดบนApp Storeดาวน์โหลดไฟล์ APKข้อดี
- ติดตั้งและใช้งานง่าย
- รองรับอุปกรณ์หลากหลาย
- การเชื่อมต่อราบรื่น
- ควบคุมด้วยเสียง
- อัปเดตอัตโนมัติ
ข้อเสีย
- บางฟังก์ชันต้องใช้การสมัครสมาชิก
- อาจเกิดปัญหาการเชื่อมต่อ
- ต้องมีบัญชี Google
- อาจมีปัญหาความเป็นส่วนตัว
- แอปใช้งานได้เฉพาะอุปกรณ์ที่รองรับ
วิเคราะห์โดย Appcracy
ก่อนจะติดตั้ง Google Home ฉันอยากชวนคิดถึงคำถามที่สำคัญกว่าจำนวนอุปกรณ์ที่แอปควบคุมได้ นั่นคือคุณสบายใจแค่ไหนกับการใช้บัญชี Google เพื่อจัดการสิ่งต่าง ๆ ภายในบ้าน แอปนี้พัฒนาโดย Google LLC และอยู่ในกลุ่มไลฟ์สไตล์ จุดเด่นคือการรวมอุปกรณ์ Nest, Chromecast และอุปกรณ์ Google Home ที่ทำงานร่วมกันได้ไว้ในพื้นที่จัดการเดียว สำหรับฉัน ความสะดวกจะเห็นชัดเมื่อมีอุปกรณ์ที่เข้ากันได้อยู่แล้ว แต่ถ้าบ้านของคุณใช้ผลิตภัณฑ์คนละระบบเป็นหลัก ประสบการณ์อาจไม่ได้รวมศูนย์อย่างที่หวัง
ความไว้วางใจเริ่มจากสิ่งที่มองเห็น
ในฐานะแอปที่เกี่ยวข้องกับบ้าน การตั้งค่าแต่ละครั้งควรทำอย่างใจเย็น ฉันแนะนำให้ตรวจดูชื่อบัญชีและบ้านที่เลือกก่อนเพิ่มอุปกรณ์ เพราะข้อมูลเหล่านี้กำหนดว่าคุณกำลังจัดการพื้นที่ไหน และช่วยลดความสับสนเมื่อมีหลายคนหรือหลายบริเวณให้ดูแล การอ่านหน้าจอที่แสดงระหว่างตั้งค่าก็สำคัญไม่แพ้กัน: เลือกเฉพาะสิ่งที่เข้าใจและต้องการใช้ แทนการกดยืนยันต่อไปโดยไม่สังเกต
แอปมีผู้ใช้จำนวนมาก โดยมียอดติดตั้งมากกว่าหนึ่งพันล้านครั้ง และได้คะแนนเฉลี่ย 4.6 จากผู้ให้คะแนนราว 3.6 ล้านคน ตัวเลขเหล่านี้บอกได้ว่ามีคนใช้งานแพร่หลาย แต่ไม่ได้รับประกันว่าอุปกรณ์ทุกชิ้นในบ้านของคุณจะทำงานร่วมกันได้ดี ฉันมองว่าความเข้ากันได้ของอุปกรณ์และความชัดเจนของการควบคุมสำคัญกว่าความนิยม เมื่อต้องตัดสินใจว่าจะย้ายการจัดการบ้านมาไว้ในแอปนี้หรือไม่
คู่มือและเรื่องราวเกี่ยวกับ Google Home
ควบคุมอุปกรณ์โดยไม่รีบให้สิทธิ์เกินจำเป็น
สิ่งที่ผู้ใช้ควรทำคือใช้ตัวเลือกและข้อความที่แอปแสดงจริงเป็นหลัก ไม่คาดเดาว่าการอนุญาตใดจำเป็นหรือไม่จำเป็นสำหรับทุกคน เพราะความต้องการอาจต่างกันตามอุปกรณ์และวิธีใช้งาน ก่อนกดยืนยัน ฉันจะหยุดดูว่าหน้าจอกำลังขออะไร และการอนุญาตนั้นเกี่ยวข้องกับงานที่ตั้งใจทำหรือเปล่า หากไม่แน่ใจ การกลับไปตรวจเมนูควบคุมบัญชีและการตั้งค่าที่มองเห็นได้ย่อมดีกว่าการเปิดทุกอย่างไว้เผื่อใช้
จุดที่ต้องคิดให้รอบคอบคือการจัดการอุปกรณ์ที่มีผลต่อพื้นที่ส่วนตัว เช่น ลำโพงหรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสารภายในบ้าน ฉันจะทดสอบคำสั่งและการตอบสนองในเวลาที่สะดวก พร้อมตรวจว่าอุปกรณ์ใดปรากฏอยู่ในบ้านที่เลือก และใครเป็นผู้ใช้งานร่วมกัน วิธีนี้ไม่ได้ทำให้การตั้งค่าซับซ้อนขึ้นมาก แต่ช่วยให้รู้ว่ากำลังควบคุมอะไรอยู่ แทนที่จะเห็นเพียงชื่ออุปกรณ์ในรายการแล้วคิดว่าทุกอย่างเรียบร้อย
ความสะดวกที่ควรยังอยู่ในการควบคุมของคุณ
ฉันชอบแนวคิดที่รวมการตั้งค่าและการควบคุมอุปกรณ์ไว้ในแอปเดียว แต่ก็ไม่อยากให้ความสะดวกกลายเป็นเหตุผลให้ตั้งระบบอัตโนมัติโดยไม่ทบทวน หากตั้งให้อุปกรณ์หลายชิ้นทำงานพร้อมกัน ควรลองแยกทดสอบทีละชิ้นก่อน แล้วค่อยใช้จริง การทำเช่นนี้ช่วยหาต้นเหตุได้ง่ายกว่าเมื่อมีอุปกรณ์ชิ้นหนึ่งไม่ตอบสนอง และทำให้แก้การตั้งค่าได้ตรงจุดโดยไม่ต้องรื้อทั้งชุด
เรื่องค่าใช้จ่ายก็ควรดูให้ชัด: แอปดาวน์โหลดได้ฟรี แต่มีรายการซื้อภายในแอปตั้งแต่ ฿2.00 ถึง ฿37,000.00 ต่อรายการ ฉันจึงแนะนำให้ตรวจรายละเอียดก่อนยืนยันการซื้อทุกครั้ง โดยเฉพาะหากมีคนอื่นใช้โทรศัพท์หรือบัญชีเดียวกัน ส่วนผู้ปกครองควรคำนึงว่าแอปจัดอยู่ในประเภท 3+ และพิจารณาการใช้งานตามความเหมาะสมของครอบครัว ไม่ควรถือระดับอายุเป็นตัวแทนของการตรวจสอบการตั้งค่าหรือการซื้อ
เรื่องที่น่าอ่านต่อ

Amazon Shopping: เมื่อความสะดวกทำให้ซื้อของง่ายเกินไป

รายชื่อติดต่อ: หัวใจของการสื่อสารในโลกดิจิทัล

ทำไม Pou ถึงครองใจผู้เล่นทั่วโลก

EasyShare: แอปแชร์ไฟล์ที่เร็วและง่ายที่สุดในตลาด

เกมเล่น 2 3 4 คนที่เปลี่ยนมือถือเครื่องเดียวให้กลายเป็นสนามแข่งสุดฮา

Petal แผนที่ – GPS และการนำทาง: ทำให้การเดินทางง่ายและรวดเร็ว
ตั้งค่าและการใช้งาน
ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่หลงใหลในเทคโนโลยีบ้านอัจฉริยะ บอกเลยว่าแอป Google Home จะไม่ทำให้คุณผิดหวังเลยแหละ! ฉันได้ลองดาวน์โหลดและใช้งานแอปนี้แล้ว และบอกเลยว่ามันทำให้ชีวิตของฉันง่ายขึ้นเยอะมาก มันเหมือนมีผู้ช่วยส่วนตัวอยู่ข้างๆ เลยล่ะ
เริ่มต้นจากอุปกรณ์และเป้าหมายที่ชัดเจน
สำหรับการเริ่มต้นใช้งาน Google Home สิ่งแรกที่คุณต้องมีคือการติดตั้งอุปกรณ์ที่สามารถเชื่อมต่อกับแอปได้ เช่น Google Nest หรืออุปกรณ์สมาร์ทโฮมอื่นๆ ที่รองรับการทำงานร่วมกับ Google Home หลังจากนั้นก็เปิดแอปและทำตามขั้นตอนการตั้งค่าที่ง่ายดาย
ในแอปนี้ คุณสามารถเพิ่มอุปกรณ์ใหม่ๆ ได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มหลอดไฟ, ลำโพง, หรือแม้กระทั่งเครื่องปรับอากาศ! เพียงแค่คลิกไม่กี่ครั้ง คุณก็สามารถควบคุมทุกอย่างได้จากสมาร์ทโฟนของคุณเอง
ในทางปฏิบัติ ฉันจะเริ่มจากอุปกรณ์ชิ้นเดียวและงานที่ต้องการให้สำเร็จ เช่น เปิดหรือปิดไฟ จากนั้นค่อยเพิ่มอุปกรณ์อื่นเมื่อเข้าใจขั้นตอนและเห็นว่าใช้งานได้ตามต้องการ เคล็ดลับนี้ช่วยแยกปัญหาได้ดี: หากอุปกรณ์แรกยังไม่ปรากฏหรือควบคุมไม่ได้ การเพิ่มหลายชิ้นพร้อมกันจะทำให้ยากขึ้นที่จะรู้ว่าติดขัดตรงไหน ก่อนซื้ออุปกรณ์ใหม่ ฉันจะตรวจชื่อรุ่นและข้อมูลความเข้ากันได้จากผู้ผลิต เพื่อไม่ต้องมาค้นพบภายหลังว่าอุปกรณ์นั้นไม่เหมาะกับระบบที่บ้านใช้อยู่
เสียงเหมาะกับมือที่ไม่ว่าง แต่ไม่ใช่ทุกสถานการณ์
หนึ่งในฟีเจอร์ที่ฉันชื่นชอบที่สุดก็คือการควบคุมด้วยเสียงที่ทำงานร่วมกับ Google Assistant เพียงแค่พูดว่า "Hey Google" แล้วตามด้วยคำสั่งที่คุณต้องการ เช่น เปิดเพลง, ปิดไฟ หรือแม้กระทั่งถามสภาพอากาศในวันนี้ มันเหมือนคุณมีผู้ช่วยส่วนตัวที่คอยจัดการทุกอย่างให้คุณ
อย่างไรก็ตาม ฉันมองว่าการสั่งด้วยเสียงเป็นทางเลือกเพิ่ม ไม่ใช่สิ่งทดแทนการแตะควบคุมทุกครั้ง ในบ้านที่มีเสียงดัง หรือช่วงที่ไม่อยากพูดออกเสียง การใช้โทรศัพท์เลือกอุปกรณ์โดยตรงอาจสะดวกกว่า อีกทั้งคำสั่งเสียงจะเหมาะที่สุดเมื่อชื่ออุปกรณ์สั้นและจำง่าย ฉันตั้งชื่อให้สื่อถึงตำแหน่งหรือหน้าที่ แทนชื่อที่คล้ายกันหลายรายการ เพราะช่วยลดโอกาสสั่งผิดเมื่อมีหลอดไฟหรือลำโพงหลายชิ้น
หน้าจอรวมกับแอปของผู้ผลิตต่างกันอย่างไร
อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้ฉันประทับใจก็คือดีไซน์ของแอปที่ดูเรียบง่ายและใช้งานง่าย การจัดวางเมนูและฟังก์ชันต่างๆ ทำให้การค้นหาและการใช้งานเป็นไปอย่างลื่นไหล แม้แต่คนที่ไม่ค่อยชำนาญเทคโนโลยีก็ยังสามารถใช้งานได้แบบไม่ติดขัด
จุดแข็งของการใช้แอปนี้คือการมีจุดจัดการร่วมสำหรับอุปกรณ์ที่รองรับ แทนการสลับไปมาระหว่างแอปของผู้ผลิตหลายราย แต่แอปเฉพาะของผู้ผลิตอาจเหมาะกว่าเมื่อคุณต้องการตั้งค่าละเอียดสำหรับอุปกรณ์ชิ้นหนึ่ง หรือเมื่อผลิตภัณฑ์นั้นไม่ได้ทำงานร่วมกับ Google Home อย่างที่ต้องการ ฉันจึงใช้แนวคิดง่าย ๆ คือให้แอปนี้เป็นหน้าหลักสำหรับสิ่งที่เชื่อมต่อได้จริง แล้วเก็บแอปต้นทางไว้เผื่อต้องปรับรายละเอียดหรือแก้ปัญหาเฉพาะรุ่น การมีสองแอปไม่ได้แปลว่าการตั้งค่าล้มเหลว แต่อาจเป็นข้อแลกเปลี่ยนของบ้านที่ใช้อุปกรณ์ต่างยี่ห้อ
ระบบอัตโนมัติควรเริ่มจากสิ่งที่ตรวจสอบได้
นอกจากนี้ คุณยังสามารถตั้งค่าอุปกรณ์ให้ทำงานร่วมกันได้อย่างอัตโนมัติ เช่น ตั้งให้ไฟและเครื่องปรับอากาศเปิดพร้อมกันเมื่อคุณกลับถึงบ้าน หรือให้เพลงโปรดของคุณเล่นทันทีเมื่อคุณตื่นขึ้นมาในตอนเช้า
สำหรับฉัน ระบบอัตโนมัติจะมีประโยชน์เมื่อทำให้กิจวัตรหนึ่งสั้นลง ไม่ใช่เมื่อเพิ่มเงื่อนไขจนจำไม่ได้ว่าตั้งอะไรไว้ ตัวอย่างในชีวิตจริงคือเริ่มจากการให้ไฟในพื้นที่หนึ่งทำงานตามกิจวัตรที่คุณต้องการ แล้วลองสังเกตสองสามครั้งก่อนเชื่อมกับอุปกรณ์อื่น หากผลลัพธ์ไม่ตรงใจ การตั้งทีละส่วนจะช่วยให้รู้ว่าควรแก้ตรงไหน และลดความยุ่งยากจากการยกเลิกชุดคำสั่งทั้งหมดในคราวเดียว ฉันยังชอบคิดเผื่อคนในบ้านด้วยว่าเขาจะเข้าใจผลของการตั้งค่านั้นหรือไม่ เพราะระบบที่สะดวกสำหรับคนตั้งอาจทำให้คนอื่นงงได้
ในวันธรรมดา ลองนึกถึงตอนเช้าที่มือหนึ่งกำลังเตรียมอาหารและอีกมือกำลังจัดของออกจากบ้าน การเปิดไฟหรือเริ่มเสียงเพลงด้วยคำสั่งสั้น ๆ อาจลดจังหวะที่ต้องหยุดค้นโทรศัพท์ได้ แต่ถ้าบ้านเงียบและคุณไม่อยากปลุกใคร การแตะสั่งจากมือถืออาจเป็นทางเลือกที่เหมาะกว่า นี่คือเหตุผลที่ฉันให้ความสำคัญกับการมีทั้งวิธีควบคุมผ่านหน้าจอและการตั้งค่าอัตโนมัติ แทนที่จะฝากความสะดวกไว้กับรูปแบบเดียว
สำหรับบ้านที่มีสมาชิกหลายคน ควรตกลงชื่อเรียกอุปกรณ์และวิธีใช้งานร่วมกันให้ตรงกันก่อนขยายระบบ การเรียกไฟดวงเดียวกันคนละชื่ออาจทำให้คำสั่งเสียงผิดพลาดหรือทำให้คนในบ้านคิดว่าควบคุมอุปกรณ์ไม่ได้ อีกอย่างที่ฉันพบว่าเป็นแนวทางรอบคอบคือทดลองการตั้งค่าในช่วงที่มีคนอยู่บ้านและพร้อมแก้ หากผลไม่เป็นอย่างคิด จะได้หยุดหรือปรับทันที แทนการปล่อยให้ระบบทำงานตามความคาดหวังที่ไม่มีใครตรวจสอบ
ใครน่าจะชอบ และใครควรเลือกวิธีอื่น
ฉันคิดว่าแอปนี้เหมาะกับคนที่มีอุปกรณ์ Nest, Chromecast หรืออุปกรณ์สมาร์ทโฮมที่รองรับอยู่แล้ว และอยากจัดการสิ่งเหล่านั้นจากโทรศัพท์โดยไม่ต้องจำหลายหน้าจอเป็นหลัก คนที่เพิ่งเริ่มทำบ้านอัจฉริยะก็ใช้เป็นจุดเริ่มต้นได้ หากเลือกอุปกรณ์อย่างระมัดระวังและเพิ่มทีละชิ้น ส่วนคนที่ต้องการเพียงควบคุมเครื่องใช้เดี่ยว ๆ ซึ่งมีแอปเฉพาะที่ตอบโจทย์ครบกว่า อาจไม่จำเป็นต้องเพิ่มอีกแอปเข้ามา
ถ้าคุณคาดหวังให้ระบบเดียวจัดการอุปกรณ์ทุกยี่ห้อโดยไม่มีข้อยกเว้น ฉันจะชะลอการตัดสินใจและตรวจสอบความเข้ากันได้ของแต่ละชิ้นก่อน เช่นเดียวกัน หากคุณไม่ต้องการเชื่อมการจัดการบ้านเข้ากับบัญชี Google หรือไม่สบายใจกับการใช้คำสั่งเสียงในพื้นที่ส่วนตัว การควบคุมด้วยแอปผู้ผลิตหรือสวิตช์แบบเดิมอาจเหมาะกว่า ไม่ใช่เพราะวิธีใดผิด แต่เพราะการควบคุมบ้านควรเข้ากับระดับความสบายใจและความซับซ้อนที่คุณยอมรับได้
คำถามที่ควรตอบให้ตัวเองก่อนใช้จริง
ถ้ายังลังเลว่าจะเริ่มอย่างไร คำถามแรกคืออุปกรณ์ที่มีอยู่รองรับการทำงานร่วมกันหรือไม่ คำตอบควรตรวจจากข้อมูลของรุ่นนั้นโดยตรง ไม่ใช่อาศัยเพียงชื่อยี่ห้อหรือคำว่าอัจฉริยะ คำถามต่อมาคือคุณต้องการควบคุมจากโทรศัพท์ ตั้งกิจวัตร หรือใช้เสียงเป็นหลัก เพราะแต่ละเป้าหมายทำให้การตั้งค่าและความคุ้มค่าต่างกัน การเริ่มจากงานเล็กที่ทำซ้ำบ่อยช่วยให้ตัดสินได้โดยไม่ต้องซื้อหรือเชื่อมอุปกรณ์เพิ่มทันที
หากอุปกรณ์ไม่ตอบสนอง ฉันจะตรวจสิ่งพื้นฐานก่อน ได้แก่ เลือกบ้านหรือบัญชีถูกต้องหรือไม่ และอุปกรณ์ยังแสดงอยู่ในพื้นที่ที่จัดการหรือเปล่า จากนั้นค่อยตรวจการตั้งค่าของอุปกรณ์และลองสั่งงานแบบตรงไปตรงมา การเปลี่ยนหลายค่าในเวลาเดียวกันทำให้หาสาเหตุยาก จึงควรแก้ทีละจุด หากปัญหาเกิดกับอุปกรณ์เดียว แอปของผู้ผลิตอาจช่วยให้เห็นการตั้งค่าเฉพาะของชิ้นนั้นชัดกว่า
ถ้าคุณกำลังถามว่าจำเป็นต้องใช้งานด้วยเสียงหรือไม่ คำตอบของฉันคือไม่จำเป็น คุณสามารถเลือกวิธีที่ถนัดและใช้เสียงเฉพาะตอนที่สะดวกได้ ส่วนคนที่แบ่งปันบ้านกับผู้อื่นควรคุยกันก่อนเพิ่มอุปกรณ์หรือปรับระบบอัตโนมัติ เพื่อให้ทุกคนรู้ว่าการตั้งค่านั้นมีผลกับอะไรและใครเป็นผู้ควบคุม วิธีนี้ช่วยให้ความสะดวกไม่กลายเป็นความประหลาดใจของสมาชิกในบ้าน
ข้อจำกัดที่เห็นชัดเมื่อใช้งานเป็นระบบ
เมื่อจำนวนอุปกรณ์เพิ่มขึ้น การจัดระเบียบและการจำชื่อให้ตรงกันกลายเป็นภาระเล็ก ๆ ที่ไม่ควรมองข้าม ชื่อที่ตั้งไว้เพื่อให้เจ้าของเข้าใจคนเดียวอาจไม่ชัดสำหรับสมาชิกคนอื่น และอุปกรณ์ที่ดูคล้ายกันก็ทำให้เลือกผิดได้ง่าย ฉันจึงแนะนำให้ใช้คำเรียกที่บอกหน้าที่หรือบริเวณอย่างสม่ำเสมอ พร้อมตรวจรายการเป็นครั้งคราวว่ายังสอดคล้องกับการใช้งานจริงหรือไม่ วิธีนี้สำคัญกว่าการเพิ่มระบบอัตโนมัติซับซ้อนตั้งแต่แรก
อีกข้อแลกเปลี่ยนคือการรวมอุปกรณ์ไว้ในแอปเดียวไม่ได้ทำให้ความแตกต่างระหว่างผลิตภัณฑ์หายไป อุปกรณ์แต่ละชิ้นอาจมีวิธีตั้งค่าและความสามารถของตัวเอง ผู้ใช้ที่ต้องการปรับรายละเอียดมากจึงอาจต้องกลับไปยังแอปต้นทาง ขณะที่คนซึ่งอยากได้การควบคุมพื้นฐานจากที่เดียวจะได้ประโยชน์กว่า ฉันมองว่านี่เป็นเหตุผลให้ทดลองกับอุปกรณ์ที่มีอยู่ก่อน แล้วค่อยตัดสินว่าความเรียบง่ายที่ได้คุ้มกับการดูแลแอปและบัญชีเพิ่มเติมหรือไม่
คำตัดสินแบบระมัดระวัง
โดยรวมแล้ว ฉันมอง Google Home เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์เมื่ออุปกรณ์ที่คุณเลือกทำงานร่วมกับมันได้ และคุณต้องการทางลัดสำหรับควบคุมบ้านจากโทรศัพท์หรือจัดกิจวัตรที่ทำซ้ำเป็นประจำ จุดที่ทำให้ฉันแนะนำได้คือการเริ่มแบบค่อยเป็นค่อยไป: ตรวจอุปกรณ์ เลือกงานที่ต้องการ ลองควบคุมทีละชิ้น แล้วค่อยตั้งระบบร่วมกัน ส่วนคนที่ให้ความสำคัญกับแอปเฉพาะของผู้ผลิต การควบคุมแบบเดิม หรือการจำกัดการเชื่อมต่อบัญชี อาจได้ประสบการณ์ที่เหมาะกว่าจากทางเลือกเหล่านั้น
แอปนี้เปิดให้ดาวน์โหลดฟรี และมีอายุเนื้อหาประเภท 3+; ก่อนใช้งาน ฉันยังแนะนำให้ดูตัวเลือกที่แสดงในบัญชีและหน้าจอตั้งค่า พร้อมทบทวนการซื้อภายในแอปก่อนยืนยัน หากคุณชอบให้บ้านตอบสนองต่อคำสั่งง่าย ๆ และพร้อมตรวจสอบสิ่งที่เชื่อมต่ออยู่ แอปนี้ก็น่าลอง แต่ถ้าความสะดวกต้องแลกกับความไม่สบายใจหรือการจัดการที่มากเกินไป การไม่เพิ่มอุปกรณ์และใช้วิธีที่คุ้นเคยก็เป็นคำตอบที่สมเหตุสมผล
ฉันเริ่มจากลองดาวน์โหลดแอปและดูว่ามันทำอะไรได้บ้าง แล้วพบว่ามันช่วยให้จัดการอุปกรณ์ในบ้านได้สะดวกขึ้นมาก สำหรับคนที่ชอบเทคโนโลยีบ้านอัจฉริยะ นี่เป็นแอปที่น่าลอง โดยเฉพาะเมื่อมีอุปกรณ์ที่รองรับอยู่แล้ว แต่สุดท้ายฉันแนะนำให้เลือกใช้ตามอุปกรณ์และความสบายใจของคุณเอง ไม่ต้องเปลี่ยนบ้านทั้งหลังให้เป็นบ้านอัจฉริยะในคราวเดียว
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Google Home
Google Home คืออะไรและทำอะไรได้บ้าง?
Google Home คืออุปกรณ์อัจฉริยะที่ทำงานด้วยเสียงจาก Google Assistant ซึ่งช่วยให้คุณควบคุมอุปกรณ์ต่าง ๆ ภายในบ้านได้ เช่น ไฟ, เครื่องปรับอากาศ, และอุปกรณ์สื่อสาร คุณยังสามารถใช้งานเพื่อฟังเพลง, รับข้อมูลข่าวสาร, และจัดการปฏิทินได้อีกด้วย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแอปที่รองรับและการตั้งค่าของคุณเอง
Google Home สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ใดได้บ้าง?
Google Home สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์สมาร์ทโฮมหลากหลายชนิด เช่น หลอดไฟอัจฉริยะ, เทอร์โมสตัท, และกล้องวงจรปิด นอกจากนี้ยังสามารถเชื่อมต่อกับบริการสตรีมมิ่งเพลง เช่น Spotify และ YouTube Music เพื่อให้คุณสามารถควบคุมการเล่นเพลงด้วยเสียงได้อย่างง่ายดาย
การตั้งค่า Google Home ยากหรือไม่?
การตั้งค่า Google Home นั้นค่อนข้างง่ายและสามารถทำได้ในไม่กี่ขั้นตอน คุณจะต้องดาวน์โหลดแอป Google Home ลงในสมาร์ทโฟนของคุณ จากนั้นทำตามขั้นตอนที่แอปแนะนำในการเชื่อมต่ออุปกรณ์กับ Wi-Fi และบัญชี Google ของคุณ เพื่อให้สามารถเริ่มใช้งานได้ทันที
Google Home รองรับภาษาไทยหรือไม่?
ปัจจุบัน Google Home รองรับการใช้งานในหลายภาษาทั่วโลกรวมถึงภาษาไทยด้วย ซึ่งหมายความว่าคุณสามารถใช้คำสั่งเสียงในภาษาไทยเพื่อควบคุมอุปกรณ์และบริการต่าง ๆ ที่เชื่อมต่ออยู่ได้อย่างสะดวกสบาย ทำให้การใช้งานง่ายยิ่งขึ้นสำหรับผู้ใช้ในประเทศไทย
มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในการใช้ Google Home หรือไม่?
การใช้งาน Google Home เองไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมหลังจากซื้ออุปกรณ์ แต่หากคุณต้องการใช้งานบริการสตรีมมิ่งเพลงหรือบริการอื่น ๆ ที่อาจมีค่าใช้จ่าย เช่น Spotify Premium หรือ YouTube Premium คุณจะต้องสมัครสมาชิกและชำระค่าบริการเหล่านั้นแยกต่างหาก

Google Home
ไลฟ์สไตล์อ่านรีวิวนี้ในภาษาอื่น
Google Home ENGoogle Home JAGoogle Home KOGoogle Home DEGoogle Home FRGoogle Home PTGoogle Home ESGoogle Home ITGoogle Home ARGoogle Home HIGoogle Home NL











