
Google Go
รีวิว 4.6หมวดหมู่ เครื่องมือยอดดาวน์โหลด1.00B
ภาพหน้าจอ





ดาวน์โหลด
ดาวน์โหลดบนGoogle Playดาวน์โหลดบนApp Storeดาวน์โหลดไฟล์ APKข้อดี
- แอปน้ำหนักเบาและรวดเร็ว
- อินเทอร์เฟซใช้งานง่าย
- ค้นหาเว็บได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- มีฟีเจอร์ประหยัดข้อมูล
- รองรับการทำงานในพื้นที่อินเทอร์เน็ตช้า
ข้อเสีย
- การปรับแต่งจำกัด
- ไม่มีฟีเจอร์ขั้นสูงเท่าเบราว์เซอร์อื่น
- ต้องการการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
- ไม่รองรับส่วนเสริม
- ความเป็นส่วนตัวอาจน้อยกว่าแอปอื่น
วิเคราะห์โดย Appcracy
ผมมองว่า Google Go เหมาะกับคนที่อยากเปิดค้นหาข้อมูลได้ทันที โดยไม่ต้องให้แอปค้นหากลายเป็นพื้นที่ทำงานขนาดใหญ่ในโทรศัพท์ จุดน่าสนใจของมันไม่ใช่การแทนที่ทุกอย่างที่ Google ทำได้ แต่คือการรวมทางลัดสำหรับค้นหาเว็บและเนื้อหาหลายแบบไว้ในแอปเครื่องมือที่เข้าถึงง่าย ถ้าคุณมักหยิบมือถือขึ้นมาเพื่อหาคำตอบสั้น ๆ ระหว่างเดินทางหรือทำธุระ แอปนี้มีแนวทางการใช้งานที่ตรงไปตรงมาดี
สถานะปัจจุบัน: ทางลัดสำหรับการค้นหาที่ใช้บ่อย
เมื่อเปิดแอป Google Go ครั้งแรก ผมรู้สึกประทับใจกับการออกแบบที่เรียบง่าย แต่ไม่ทิ้งความเป็น Google เลยครับ หน้าตาแอปดูสะอาดตา เมนูต่างๆ ถูกวางไว้อย่างชัดเจน มีไอคอนให้เลือกใช้ได้ง่ายๆ เช่น การค้นหาเว็บ รูปภาพ แปลภาษา และอื่นๆ อีกเพียบ
ความเรียบง่ายนี้มีประโยชน์เป็นพิเศษเวลาผมไม่ได้ตั้งใจจะเปิดดูฟีดหรือจัดการงานหลายอย่าง แต่อยากพิมพ์คำถาม ค้นหารูป หรือเข้าเครื่องมือที่ต้องใช้ให้เร็ว การมีทางเลือกอยู่ในหน้าเดียวช่วยลดการสลับไปมาระหว่างแอป อย่างไรก็ตาม การรวมทางลัดไว้ด้วยกันไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างจะเหมาะกับทุกคน หากคุณต้องการหน้าจอค้นหาที่ปรับแต่งได้ละเอียด หรือใช้บริการอื่นเป็นหลัก คุณอาจรู้สึกว่าหน้าตาและทางเลือกของแอปนี้มีกรอบอยู่พอสมควร
คู่มือและเรื่องราวเกี่ยวกับ Google Go
Google LLC เป็นผู้พัฒนาแอปนี้ และ Google Go อยู่ในหมวดเครื่องมือสำหรับ Android โดยเป็นแอปฟรีที่มีการจัดประเภทเนื้อหาสำหรับผู้ใช้ตั้งแต่อายุ 3 ปีขึ้นไป ความนิยมของมันสะท้อนจากผู้ให้คะแนนราว 1.8 ล้านรายและคะแนนเฉลี่ย 4.6 จาก 5 ส่วนยอดติดตั้งมากกว่าหนึ่งพันล้านครั้ง ตัวเลขเหล่านี้บอกได้ว่ามีคนใช้กันกว้างขวาง แต่ไม่ได้รับประกันว่ารูปแบบของมันจะถูกใจทุกคน ผมจึงคิดว่าควรตัดสินจากลักษณะการค้นหาที่คุณใช้จริงมากกว่า
การใช้งานจริงและจุดที่ควรลอง
หนึ่งในจุดเด่นที่ผมรักใน Google Go คือความเร็วในการค้นหาที่มันมีครับ ไม่ว่าจะค้นหาอะไรก็ใช้เวลาแค่ไม่กี่วินาทีเท่านั้นเอง แถมยังใช้ข้อมูลน้อยกว่าแอปค้นหาอื่นๆ ทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าเน็ตเลย
ในวันที่ต้องเดินทาง ผมอาจใช้แอปนี้ค้นหาชื่อสถานที่หรือคำที่เห็นบนป้าย แล้วค่อยเปิดผลลัพธ์ที่ดูเกี่ยวข้อง การใช้งานแบบนี้ช่วยให้เริ่มค้นได้ไว แต่ประสบการณ์จริงยังขึ้นกับสัญญาณ เครือข่าย และหน้าเว็บปลายทางด้วย ถ้าผลลัพธ์เป็นเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาหนักหรือโหลดช้า การเปิดหน้าเว็บนั้นก็ยังอาจใช้เวลาหรือข้อมูลมากกว่าตัวแอปค้นหาเอง ดังนั้นผมจะใช้การค้นหาเพื่อหาเบาะแสก่อน แล้วเลือกเปิดเฉพาะหน้าที่จำเป็น แทนการแตะเปิดทุกผลลัพธ์
อีกวิธีที่มีประโยชน์คือใช้การค้นหารูปหรือเครื่องมือที่เกี่ยวกับภาพเมื่อการพิมพ์อธิบายสิ่งที่เห็นได้ยาก ตัวอย่างเช่น ผมเจอวัตถุที่ไม่รู้จักในภาพถ่าย การเริ่มค้นจากภาพอาจพาไปสู่คำตอบได้สะดวกกว่าการลองเดาคำค้นหลายรอบ แต่ผลที่ได้ควรถูกมองเป็นจุดเริ่มต้น ไม่ใช่ข้อสรุปทันที โดยเฉพาะเมื่อภาพมีรายละเอียดน้อยหรือมีสิ่งของหลายชิ้นปะปนกัน
เรื่องที่น่าอ่านต่อ

Amazon Shopping: เมื่อความสะดวกทำให้ซื้อของง่ายเกินไป

รายชื่อติดต่อ: หัวใจของการสื่อสารในโลกดิจิทัล

ทำไม Pou ถึงครองใจผู้เล่นทั่วโลก

EasyShare: แอปแชร์ไฟล์ที่เร็วและง่ายที่สุดในตลาด

เกมเล่น 2 3 4 คนที่เปลี่ยนมือถือเครื่องเดียวให้กลายเป็นสนามแข่งสุดฮา

Petal แผนที่ – GPS และการนำทาง: ทำให้การเดินทางง่ายและรวดเร็ว
สำหรับการใช้ข้อมูลมือถือให้น้อยลง เคล็ดลับที่ผมใช้คือพิมพ์คำค้นให้เฉพาะเจาะจงตั้งแต่แรก แล้วอ่านตัวอย่างผลลัพธ์ก่อนเปิดเว็บไซต์ วิธีนี้ลดการเปิดหน้าเว็บที่ไม่ตรงเรื่องได้จริงในทางปฏิบัติ แต่ไม่ควรเข้าใจว่าแอปจะทำให้ทุกเว็บไซต์ใช้ข้อมูลน้อยลงโดยอัตโนมัติ ความประหยัดที่รู้สึกได้จึงมาจากทั้งรูปแบบการค้นหาและการเลือกเปิดเนื้อหาอย่างระมัดระวัง
ฟีเจอร์เด็ดที่ควรลอง
Google Go มาพร้อมกับฟีเจอร์เจ๋งๆ ที่ผมขอแนะนำ อย่างเช่น Google Lens ที่ช่วยให้เราค้นหาข้อมูลจากภาพที่เราถ่ายได้โดยตรง หรือจะเป็นฟีเจอร์ Discover ที่จะแนะนำเนื้อหาตามความสนใจของเรา ซึ่งทำให้การใช้งานแอปนี้สนุกมากยิ่งขึ้น
ผมแนะนำให้ลองใช้ Lens ในสถานการณ์ที่มีสิ่งให้ดูแต่ไม่รู้จะเรียกมันว่าอะไร เช่น เห็นวัตถุหรือรายละเอียดในภาพแล้วอยากเริ่มหาข้อมูล การถ่ายภาพหรือเลือกภาพที่เกี่ยวข้องช่วยเปลี่ยนจากการเดาคำเป็นการค้นจากสิ่งที่มีอยู่จริง อย่างไรก็ดี ภาพที่ชัดและมีจุดสนใจเด่นเพียงอย่างเดียวมักเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีกว่าภาพมืดหรือภาพที่มีหลายวัตถุ เพราะระบบอาจจับสิ่งที่เราไม่ได้ตั้งใจให้ค้นได้ ผมจึงตรวจคำค้นและผลลัพธ์ก่อนนำข้อมูลไปใช้เสมอ
ส่วน Discover เหมาะกับเวลาที่อยากหาอะไรอ่านโดยไม่ได้มีคำถามเฉพาะหน้า แต่ก็เปลี่ยนจังหวะการใช้แอปจาก “เปิดแล้วค้น” เป็น “เปิดแล้วเลือกดู” ได้เหมือนกัน ถ้าคุณต้องการแอปที่ไม่ดึงความสนใจไปยังเนื้อหาแนะนำ การใช้เฉพาะช่องค้นหาและทางลัดที่ต้องการอาจเข้ากับนิสัยมากกว่า จุดสำคัญคือมอง Discover เป็นตัวเลือกเสริม ไม่ใช่เหตุผลหลักที่ต้องเปิดทุกครั้ง
การแปลภาษาก็เป็นทางลัดที่เหมาะกับคำหรือข้อความสั้น ๆ ที่เจอระหว่างวัน เช่น ต้องการทำความเข้าใจป้ายหรือคำค้นก่อนอ่านต่อ แต่ถ้าเป็นเอกสารยาวหรือข้อความที่ต้องรักษาน้ำเสียงและความหมายอย่างละเอียด ผมจะใช้เครื่องมือแปลที่เหมาะกับงานนั้นโดยตรงและตรวจทานผลอีกครั้ง การมีทางลัดในแอปช่วยให้เริ่มได้เร็ว ไม่ได้ทำให้ทุกงานมีความแม่นยำเท่ากัน
เหมาะกับใคร และเมื่อไรควรเลือกอย่างอื่น
แอปนี้เหมาะกับทุกคนที่ต้องการแอปค้นหาที่ใช้งานง่าย ไม่ยุ่งยาก และไม่กินพื้นที่โทรศัพท์มากนัก โดยเฉพาะคนที่ใช้โทรศัพท์รุ่นเก่าหรือมีพื้นที่จำกัด Google Go จะเป็นเพื่อนที่ดีของคุณแน่นอนครับ
ผมคิดว่ากลุ่มที่ได้ประโยชน์ชัดคือคนที่ใช้มือถือเพื่อค้นหาทั่วไปเป็นหลัก ผู้ที่อยากเข้าถึงการค้นหาเว็บ รูปภาพ การแปล และ Lens จากจุดเริ่มต้นเดียว รวมถึงคนที่ต้องการลดขั้นตอนก่อนเจอข้อมูล แอปนี้ยังน่าสนใจสำหรับคนที่มีแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตจำกัด แต่ควรใช้ร่วมกับการเลือกผลลัพธ์อย่างรอบคอบ เพราะการเปิดเว็บหรือสื่อภายนอกยังใช้ข้อมูลตามเนื้อหาที่โหลด
ลองนึกถึงวันทำงานที่ผมกำลังต่อรถและเห็นชื่อร้านหรือสินค้าในข้อความที่เพื่อนส่งมา ผมเปิดแอป พิมพ์ชื่อเพื่อดูข้อมูลเบื้องต้น แล้วใช้การค้นหารูปเมื่อคำอธิบายยังไม่พอ หากเจอคำต่างภาษา ก็เริ่มจากทางลัดแปลก่อนตัดสินใจว่าจะอ่านต่อที่ไหน ขั้นตอนนี้รวบหลายงานสั้น ๆ ไว้ที่เดียว แต่ถ้าผมต้องค้นคว้าหัวข้อใหญ่ เปรียบเทียบแหล่งข้อมูลหลายแห่ง หรืออ่านเว็บเป็นเวลานาน ผมจะเปลี่ยนไปใช้เบราว์เซอร์และเครื่องมือค้นหาที่ทำให้จัดการหลายแท็บกับเนื้อหาต่อเนื่องได้สะดวกกว่า
เมื่อเทียบกับการใช้แอปค้นหาทั่วไป จุดต่างที่ผมสัมผัสได้คือการเน้นทางลัดและความเบาในการเริ่มใช้งาน มากกว่าการเป็นพื้นที่รวมความสามารถทุกอย่างของระบบ Google หากคุณใช้แอป Google ตัวหลักอยู่แล้วและชอบการค้นหาแบบครบเครื่อง การติดตั้ง Go อาจซ้ำกับวิธีเดิมของคุณ แต่หากต้องการทางเลือกที่เปิดมาแล้วเห็นเครื่องมือค้นหาชัด ๆ Go ก็มีเหตุผลของตัวเอง ส่วนคนที่พึ่งพาเบราว์เซอร์อื่นหรือเครื่องมือค้นหาอื่นเป็นประจำ ควรทดลองดูว่าการสลับแอปเพิ่มความสะดวกจริงหรือเพียงเพิ่มอีกหนึ่งไอคอนบนหน้าจอ
ผมไม่แนะนำให้คาดหวังว่าแอปจะทดแทนเบราว์เซอร์สำหรับงานทุกชนิด หรือแก้ข้อจำกัดของเครือข่ายได้ทั้งหมด การค้นหาเร็วไม่ได้แปลว่าคำตอบทุกชิ้นถูกต้อง และคำแนะนำใน Discover ก็อาจไม่ตรงกับสิ่งที่อยากอ่านในบางช่วง หากเน้นความเป็นส่วนตัว การควบคุมตัวเลือกอย่างละเอียด หรือการทำงานที่ต้องอาศัยเครื่องมือเฉพาะ คุณควรตรวจการตั้งค่าและเลือกแอปที่ตอบโจทย์เหล่านั้นโดยตรง แทนที่จะเลือกเพราะความเบาเพียงอย่างเดียว
การพัฒนา ความต่อเนื่อง และสิ่งที่ควรจับตา
ผมจะมองพัฒนาการของ Google Go ผ่านสิ่งที่ผู้ใช้ตรวจสอบได้ในแอป มากกว่าคาดเดาว่าจะมีอะไรเพิ่มในอนาคต สำหรับคนที่ใช้อยู่แล้ว จุดสำคัญคือทางลัดที่ใช้ประจำยังช่วยให้ค้นหาได้คล่องแค่ไหน และการเปิดผลลัพธ์ต่อยังเข้ากับวิธีใช้มือถือของคุณหรือไม่ ส่วนผู้ใช้ใหม่อาจเริ่มจากงานเล็ก ๆ ในแต่ละวัน แล้วค่อยตัดสินใจว่าแอปนี้ควรเป็นเครื่องมือหลักหรือเป็นเพียงทางเลือกเสริม
สิ่งที่ยืนยันได้เกี่ยวกับเส้นทางของแอป
Google Go เปิดตัวเมื่อ 19 สิงหาคม 2019 และการที่แอปยังมีผู้ใช้งานจำนวนมากทำให้เห็นว่าความต้องการเครื่องมือค้นหาแบบเข้าถึงง่ายยังมีอยู่ ผมแยกเรื่องนี้ออกจากการคาดเดาฟีเจอร์ในอนาคตอย่างชัดเจน: วันที่เปิดตัวเป็นข้อมูลเกี่ยวกับจุดเริ่มต้นของแอป ส่วนสิ่งที่ผมเห็นจากประสบการณ์คือแนวทางการรวมการค้นหาและทางลัดไว้ในหน้าจอเรียบง่ายยังเป็นแกนสำคัญของการใช้งาน
สำหรับคนที่ใช้อยู่แล้ว การคุ้นเคยกับตำแหน่งเมนูและวิธีเริ่มค้นหามีค่ามากกว่าการไล่ตามการเปลี่ยนแปลงที่ยังไม่เห็นจริง ผมจะพิจารณาการอัปเดตจากสิ่งที่เปลี่ยนในแอปบนเครื่องของตัวเอง เช่น ทางลัดที่ใช้ประจำยังเข้าถึงง่ายหรือไม่ และการค้นหายังเข้ากับเครือข่ายที่ใช้อยู่หรือเปล่า โดยไม่ถือว่าการเปิดตัวในอดีตเป็นหลักฐานว่าฟีเจอร์ใดจะเพิ่มหรือถูกปรับในอนาคต
ผลต่อผู้ใช้เดิมและข้อจำกัดที่ยังต้องคิด
ถ้าคุณใช้งาน Google Go อยู่แล้ว การเปลี่ยนไปใช้มือถือรุ่นใหม่หรือปรับวิธีค้นหาไม่จำเป็นต้องทำให้เลิกใช้แอปทันที จุดตัดสินใจที่เป็นรูปธรรมคือแอปยังช่วยลดขั้นตอนในงานประจำวันหรือไม่ ผมจะเก็บไว้เมื่อยังเปิดหาเว็บ รูป หรือคำแปลจากจุดเดียวได้คล่อง แต่ถ้าพบว่าตัวเองข้ามไปใช้เบราว์เซอร์หรือแอปค้นหาอื่นแทบทุกครั้ง การยึดติดกับแอปเพียงเพราะเคยใช้ก็ไม่มีประโยชน์
ข้อแลกเปลี่ยนสำคัญคือความเรียบง่ายอาจหมายถึงการควบคุมหรือความลึกที่ไม่เหมาะกับผู้ใช้ทุกแบบ คนที่ทำงานค้นคว้าต่อเนื่องต้องการเปิดหลายแหล่งพร้อมกัน หรือจัดการเนื้อหาเป็นขั้นตอน อาจได้ประสบการณ์ดีกว่าจากเบราว์เซอร์เต็มรูปแบบ ขณะเดียวกันคนที่ต้องการเพียงช่องทางค้นหาเร็ว ๆ ก็ไม่จำเป็นต้องรับความซับซ้อนทั้งหมดนั้น การเลือกจึงควรดูจากงานจริง ไม่ใช่จากคำว่าเบาหรือครบเครื่องเพียงอย่างเดียว
อีกคำถามที่ผมมักนึกถึงคือจะใช้แอปนี้แทนการค้นหาด้วยเสียงหรือการพิมพ์ได้ทั้งหมดไหม คำตอบในทางปฏิบัติคือไม่จำเป็นต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ถ้ามือไม่ว่างหรือสะกดชื่อไม่แน่ใจ วิธีค้นหาอื่นอาจสะดวกกว่า ส่วนการพิมพ์เหมาะเมื่ออยากระบุคำให้ตรงและตรวจแก้ก่อนค้น Google Go ทำหน้าที่เป็นจุดเริ่มค้นหาได้ดี แต่ทางเลือกที่เหมาะขึ้นกับสถานการณ์และความชัดเจนของคำถาม
สำหรับผู้ใช้ใหม่ ผมจะเริ่มจากคำค้นธรรมดาและทางลัดที่คิดว่าจะใช้จริงก่อน แล้วค่อยลอง Lens, Discover หรือการแปลทีละอย่าง วิธีนี้ช่วยให้รู้ว่าแอปตอบโจทย์ตรงไหนโดยไม่ต้องเปลี่ยนพฤติกรรมทั้งหมดในวันแรก หากการใช้งานหลักคืออ่านข่าวหรือท่องเว็บต่อเนื่อง ให้สังเกตว่าการเปิดผลลัพธ์ไปยังเบราว์เซอร์ที่ใช้ประจำทำให้ขั้นตอนเพิ่มขึ้นหรือไม่ นี่เป็นรายละเอียดเล็ก ๆ ที่มักตัดสินได้ดีกว่าความประทับใจจากหน้าแรก
สิ่งที่ผมจะเฝ้าดูต่อไป
สิ่งที่ควรจับตาไม่ใช่การคาดเดาว่าจะมีฟีเจอร์ใหม่อะไร แต่เป็นความเหมาะสมของทางลัดที่มีต่อการใช้งานจริง เมื่อแอปค้นหามีทั้งการค้นเว็บ ภาพ การแปล และเนื้อหาแนะนำ ความท้าทายคือทำให้สิ่งที่ใช้บ่อยยังหาเจอง่าย โดยไม่ทำให้หน้าเริ่มต้นแน่นเกินไป ผมจะประเมินจากความเร็วในการไปถึงงานที่ต้องการและความต่อเนื่องหลังแตะผลลัพธ์ มากกว่าจำนวนเครื่องมือที่เห็น
หากคุณกำลังตัดสินใจติดตั้ง ผมมองว่าคำถามที่ช่วยได้คือคุณต้องการแอปค้นหาเบา ๆ สำหรับคำถามสั้นและงานระหว่างวัน หรือกำลังมองหาเครื่องมือหลักสำหรับค้นคว้าและอ่านเว็บ หากเป็นแบบแรก Google Go น่าลองเพราะรวมทางเริ่มต้นหลายแบบไว้ในที่เดียว และเป็นแอปฟรีจาก Google LLC หากเป็นแบบหลัง แอปค้นหาหรือเบราว์เซอร์ที่มีเครื่องมือจัดการเนื้อหาตามที่คุณใช้จริงอาจเหมาะกว่า ไม่มีเหตุผลต้องฝืนใช้แอปเดียวกับทุกงาน
สรุปแล้ว Google Go เป็นแอปค้นหาที่เหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวันมากครับ ด้วยการออกแบบที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง ความเร็วและประสิทธิภาพที่น่าทึ่ง และฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการ ถ้าคุณยังไม่เคยลอง ผมแนะนำให้ดาวน์โหลดมาใช้ดูครับ แล้วคุณจะรู้ว่าทำไมผมถึงติดใจแอปนี้!
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Google Go
Google Go คืออะไร?
Google Go เป็นแอปพลิเคชันค้นหาของ Google ที่ออกแบบมาเพื่อให้การค้นหาข้อมูลง่ายและเร็วขึ้น โดยเหมาะสำหรับผู้ใช้ที่มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่ช้า หรือมีอุปกรณ์ที่มีหน่วยความจำจำกัด แอปยังมีฟีเจอร์พิเศษเช่น การค้นหาด้วยเสียง และการอ่านออกเสียงสำหรับหน้าเว็บที่คุณอ่านไม่สะดวก
Google Go เหมาะสำหรับใครบ้าง?
Google Go เหมาะสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการประหยัดข้อมูลอินเทอร์เน็ตหรือมีการเชื่อมต่อที่ไม่เสถียร แอปนี้ยังเหมาะสำหรับอุปกรณ์ที่มีสเปคต่ำ เนื่องจากมีขนาดเล็กและใช้งานได้รวดเร็ว ทำให้เหมาะสมสำหรับผู้ที่ต้องการความเร็วในการค้นหาแบบไม่ซับซ้อน
Google Go มีฟีเจอร์อะไรที่น่าสนใจบ้าง?
Google Go มาพร้อมฟีเจอร์หลากหลาย เช่น การค้นหาด้วยเสียงที่สะดวกสบาย การอ่านออกเสียงหน้าเว็บ และการค้นหาภาพ นอกจากนี้ยังสามารถใช้ค้นหาได้ในหลายภาษา และมีโหมดกลางคืนเพื่อถนอมสายตาเมื่อใช้งานในที่มืด
Google Go ใช้พื้นที่ในโทรศัพท์มากน้อยแค่ไหน?
Google Go ออกแบบมาให้มีขนาดเล็กมาก จึงใช้พื้นที่เก็บข้อมูลในโทรศัพท์น้อยกว่าแอปค้นหาอื่นๆ โดยแอปนี้มีขนาดเพียงประมาณ 7MB ทำให้เหมาะสมสำหรับอุปกรณ์ที่มีพื้นที่เก็บข้อมูลจำกัด
Google Go สามารถดาวน์โหลดได้ที่ไหน?
คุณสามารถดาวน์โหลด Google Go ได้ฟรีจาก Google Play Store สำหรับผู้ใช้ Android และจาก Apple App Store สำหรับผู้ใช้ iOS โดยสามารถค้นหาแอปได้ง่ายๆ ด้วยการพิมพ์ 'Google Go' ในแถบค้นหาของสโตร์ที่เกี่ยวข้อง












