
LumaFusion: Pro Video Editing
รีวิว 4.5หมวดหมู่ การเล่นและตัดต่อวิดีโอยอดดาวน์โหลด10.00K
ภาพหน้าจอ








ดาวน์โหลด
ดาวน์โหลดบนGoogle Playดาวน์โหลดบนApp Storeดาวน์โหลดไฟล์ APKข้อดี
- แอปตัดต่อวิดีโอที่มีฟีเจอร์ครบครัน
- รองรับการแก้ไขวิดีโอในหลายเลเยอร์
- มีเครื่องมือแก้ไขเสียงที่มีประสิทธิภาพ
- รองรับการส่งออกคุณภาพสูง 4K
- มีการสนับสนุนที่ดีและอัพเดทบ่อย
ข้อเสีย
- ราคาค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับแอปอื่น
- ใช้งานยากสำหรับผู้เริ่มต้น
- ต้องการทรัพยากรอุปกรณ์สูง
- มีฟีเจอร์ที่ซับซ้อนเกินไปสำหรับบางคน
- การรองรับไฟล์บางประเภทอาจมีปัญหา
วิเคราะห์โดย Appcracy
ผมมองว่า LumaFusion เหมาะกับคนที่ตั้งใจตัดต่อบนอุปกรณ์พกพาอย่างจริงจัง มากกว่าคนที่แค่อยากตัดคลิปสั้นแล้วใส่เพลงให้เสร็จในไม่กี่แตะ จุดที่ควรคิดก่อนเริ่มไม่ใช่แค่ว่ามีเครื่องมืออะไรบ้าง แต่คือวิธีจัดไฟล์ ความซับซ้อนของงาน และเวลาที่คุณพร้อมใช้เรียนรู้หน้าต่างตัดต่อ เพราะแอปแนวนี้ให้อิสระมากกว่าเครื่องมือตัดต่อแบบอัตโนมัติ แต่ก็ขอให้ผู้ใช้ตัดสินใจเองมากขึ้นตามไปด้วย
จุดที่มือใหม่มักติดในช่วงแรก
เมื่อเปิดโปรเจกต์แรก สิ่งที่ทำให้ชะงักได้มักเป็นการเลือกคลิปและจัดลำดับงาน ไม่ใช่การหาเอฟเฟกต์สวยๆ ผมแนะนำให้เริ่มจากคลิปสั้นที่มีเป้าหมายชัด เช่น เล่าเหตุการณ์เดียวด้วยภาพไม่กี่ช่วง แล้วค่อยเพิ่มเสียง ข้อความ และการปรับสีทีละอย่าง วิธีนี้ช่วยให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงแต่ละส่วนส่งผลกับชิ้นงานอย่างไร โดยไม่ต้องไล่แก้ทั้งโปรเจกต์พร้อมกัน
อีกจุดที่ควรทำความคุ้นเคยคือความแตกต่างระหว่างการตัดคลิปให้สั้นกับการปรับจังหวะโดยรวม การลากขอบคลิปอาจพอสำหรับงานพื้นฐาน แต่ถ้าต้องการให้ภาพ เสียง และข้อความเข้ากัน การย้อนดูช่วงก่อนและหลังจุดตัดจะช่วยจับจังหวะสะดุดได้ดีกว่าการพิจารณาเฉพาะเฟรมที่กำลังแก้ การเผื่อเวลาตรวจเสียงด้วยหูฟังยังช่วยให้พบเสียงพูดเบาหรือเสียงแทรกที่อาจไม่ทันสังเกตจากภาพตัวอย่าง
ผมไม่คิดว่าคำว่าใช้ง่ายจะเหมือนกับไม่ต้องเรียนรู้เลย แอปมีเครื่องมือสำหรับงานละเอียด จึงควรเผื่อเวลาลองใช้และทำความเข้าใจตำแหน่งคำสั่ง หากต้องตัดคลิปเร่งด่วนระหว่างเดินทางโดยไม่เคยใช้มาก่อน แอปตัดต่อแบบเรียบง่ายอาจพาคุณไปถึงผลลัพธ์ได้เร็วกว่า แต่ถ้าทำงานซ้ำเป็นประจำ การฝึกจัดลำดับขั้นตอนตั้งแต่ต้นจะคุ้มกว่าในระยะยาว
เช็กการเตรียมงานก่อนเริ่มตัดต่อ
ก่อนนำสื่อเข้ามา ผมจะคัดคลิปที่ต้องใช้และแยกให้รู้ว่าแต่ละช่วงมีหน้าที่อะไร เช่น ภาพเปิด ภาพประกอบ และเสียงบรรยาย การเตรียมเช่นนี้ลดการเลื่อนหาไฟล์ซ้ำไปมา และทำให้ตัดสินใจเรื่องลำดับภาพได้ง่ายขึ้น ยิ่งโปรเจกต์มีหลายช็อต การตั้งชื่อไฟล์ให้จำได้และเก็บต้นฉบับไว้อย่างเป็นระเบียบก็ยิ่งช่วยลดความสับสน
ควรตรวจพื้นที่ว่างของอุปกรณ์และสถานะไฟล์ต้นฉบับก่อนลงมือ โดยเฉพาะเมื่อใช้คลิปความละเอียดสูงหรือมีเสียงหลายไฟล์ การมีพื้นที่เหลือช่วยให้จัดการโปรเจกต์และส่งออกได้ราบรื่นขึ้น แต่ไม่ควรลบไฟล์ต้นทางเพียงเพราะเห็นว่าคลิปถูกนำเข้ามาแล้ว หากยังไม่แน่ใจว่าแอปจัดการสื่อไว้อย่างไร ให้เก็บต้นฉบับไว้จนกว่าจะตรวจผลงานที่ส่งออกเสร็จ
สำหรับงานที่ต้องส่งให้คนอื่นดู ผมจะทำสำเนาโปรเจกต์ก่อนทดลองปรับสีหรือเปลี่ยนโครงเรื่องครั้งใหญ่ การแยกเวอร์ชันเป็นวิธีง่ายๆ ที่ช่วยให้กลับไปเทียบทางเลือกเดิมได้ โดยไม่ต้องจำว่าตั้งค่าอะไรไว้บ้าง นี่เป็นนิสัยที่มีประโยชน์กับงานส่วนตัวด้วย เพราะบางครั้งการแก้หลายอย่างรวดเดียวทำให้ย้อนกลับไปหาจุดที่ภาพดูเป็นธรรมชาติได้ยาก
เรื่องที่น่าอ่านต่อ

Amazon Shopping: เมื่อความสะดวกทำให้ซื้อของง่ายเกินไป

รายชื่อติดต่อ: หัวใจของการสื่อสารในโลกดิจิทัล

ทำไม Pou ถึงครองใจผู้เล่นทั่วโลก

EasyShare: แอปแชร์ไฟล์ที่เร็วและง่ายที่สุดในตลาด

เกมเล่น 2 3 4 คนที่เปลี่ยนมือถือเครื่องเดียวให้กลายเป็นสนามแข่งสุดฮา

Petal แผนที่ – GPS และการนำทาง: ทำให้การเดินทางง่ายและรวดเร็ว
จัดการโปรเจกต์และกู้จังหวะการทำงาน
ถ้าเปิดโปรเจกต์แล้วรู้สึกว่าตัดต่อไม่เป็นระเบียบ ผมจะหยุดเพิ่มเอฟเฟกต์ก่อน แล้วไล่ตรวจทีละชั้น เริ่มจากลำดับภาพ จากนั้นตรวจเสียง แล้วจึงกลับมาดูข้อความและสี การแก้ตามลำดับนี้ช่วยแยกได้ว่าปัญหาเกิดจากโครงเรื่องหรือจากการตกแต่ง และป้องกันการเสียเวลากับการปรับสีคลิปที่ท้ายที่สุดต้องตัดทิ้ง
เครื่องมือ Keyframing มีประโยชน์มากเมื่ออยากให้การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างมีจังหวะ แต่ไม่จำเป็นต้องใส่จุดควบคุมถี่ไปทุกช่วง ลองกำหนดเฉพาะจุดเริ่มและจุดสิ้นสุดของการเคลื่อนไหวก่อน แล้วดูผลลัพธ์ทั้งช่วง หากต้องการให้การเปลี่ยนภาพนุ่มนวล ค่อยเพิ่มการควบคุมในตำแหน่งที่ยังรู้สึกกระโดด วิธีนี้ทำให้แก้ไขง่ายและลดความเสี่ยงที่การเคลื่อนไหวจะดูยุ่งเกินเนื้อหา
งานเสียงก็ไม่ควรถูกทิ้งไว้จนจบทั้งหมด ผมมักวางเสียงพูดหรือเสียงหลักให้ลงตัวก่อน แล้วค่อยเติมดนตรีหรือเสียงประกอบ โดยฟังช่วงเปลี่ยนคลิปซ้ำอีกครั้ง การทำเช่นนี้ทำให้รู้ว่าเสียงใดแย่งความสนใจ และช่วยให้การตัดภาพสนับสนุนสิ่งที่ผู้ชมควรได้ยิน แทนที่จะทำให้ทุกองค์ประกอบดังหรือเด่นพร้อมกัน
แยกปัญหาของแอปออกจากปัญหาของงาน
เมื่อการเล่นตัวอย่างไม่ลื่นหรือการส่งออกใช้เวลานาน ผมจะไม่รีบสรุปว่าแอปมีปัญหา ก่อนอื่นควรปิดงานอื่นที่ไม่จำเป็น ตรวจว่าไฟล์ต้นฉบับยังเข้าถึงได้ และทดลองกับช่วงสั้นๆ เพื่อดูว่าปัญหาเกิดซ้ำตรงจุดเดิมหรือไม่ การทดสอบเล็กๆ ช่วยแยกความผิดพลาดของไฟล์หรือการตั้งค่าบางอย่างออกจากปัญหาทั้งโปรเจกต์ได้
ถ้าภาพที่ส่งออกไม่ตรงกับตัวอย่าง ให้ตรวจจุดตัด การตั้งค่าภาพ และไฟล์ต้นทางทีละส่วน แทนการเปลี่ยนทุกอย่างพร้อมกัน หากเสียงหายหรือไม่ตรงจังหวะ ให้ฟังทั้งในช่วงตัดต่อและไฟล์ที่ส่งออก เพราะบางครั้งสิ่งที่สะดุดอาจมาจากการจัดวางเสียงหรือคลิปต้นฉบับ ไม่ใช่เครื่องมือที่ใช้ทำงาน การจดขั้นตอนที่ทำก่อนพบปัญหายังช่วยให้ย้อนแก้ได้แม่นยำกว่าการลองแตะคำสั่งหลายจุดแบบสุ่ม
อุปกรณ์ที่ใช้ก็มีส่วนกับความสบายในการตัดต่อ งานหลายแทร็กและคลิปขนาดใหญ่ย่อมเรียกร้องการจัดการมากกว่างานสั้นๆ ทั่วไป หากต้องทำงานต่อเนื่อง ผมจะลดสิ่งรบกวน ปิดแอปที่ไม่ใช้ และแบ่งงานเป็นช่วง เช่น ตัดโครงเรื่องก่อน แล้วค่อยทำสีและตรวจเสียง วิธีนี้ไม่ได้เปลี่ยนความสามารถของแอป แต่ทำให้การทำงานเป็นระบบและตามหาต้นเหตุได้ง่ายขึ้น
อินเตอร์เฟซที่ใช้งานง่าย
เมื่อเปิดแอปครั้งแรก คุณจะพบกับอินเตอร์เฟซที่ดูทันสมัยและเป็นระเบียบ เครื่องมือทุกอย่างถูกจัดวางอย่างเหมาะสม ทำให้เข้าถึงได้ง่าย ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่หรือมือโปร การใช้งานก็ไม่ยุ่งยากเลย
ความสามารถในการตัดต่อระดับมืออาชีพ
หนึ่งในความสามารถที่โดดเด่นของ LumaFusion คือการรองรับการตัดต่อหลายแทร็ก คุณสามารถเพิ่มแทร็กวิดีโอได้สูงสุดถึง 6 แทร็กและแทร็กเสียงอีก 6 แทร็ก ทำให้คุณมีอิสระในการสร้างสรรค์ผลงานได้ตามต้องการ
จุดแข็งของหลายแทร็กเห็นชัดในงานที่ต้องซ้อนภาพประกอบบนวิดีโอหลัก หรือวางเสียงบรรยายแยกจากเสียงบรรยากาศ ตัวอย่างเช่น คลิปท่องเที่ยวที่มีภาพหลัก เสียงพูด และเสียงประกอบ การแยกองค์ประกอบช่วยให้ปรับระดับหรือแก้จังหวะบางส่วนได้โดยไม่ต้องรื้อทุกอย่าง อย่างไรก็ตาม จำนวนแทร็กที่มากขึ้นไม่ได้ทำให้งานดีขึ้นเอง หากใส่ทุกอย่างลงไปโดยไม่มีลำดับ ผู้ชมอาจจับประเด็นยากและผู้ตัดต่อก็หาจุดแก้ได้ลำบาก
ในสถานการณ์ประจำวัน ผมอาจใช้แอปทำวิดีโอสรุปกิจกรรมครอบครัวจากคลิปหลายช่วง เลือกภาพที่เล่าเรื่องได้ก่อน วางเสียงบรรยายสั้นๆ แล้วเติมข้อความเฉพาะจุดที่จำเป็น การทำงานบนอุปกรณ์เดียวช่วยให้ไม่ต้องย้ายไปมาระหว่างหลายเครื่อง แต่ถ้าต้องทำคลิปยาว มีไฟล์จำนวนมาก หรือทำงานร่วมกับคนอื่นเป็นขั้นตอน การใช้คอมพิวเตอร์และระบบจัดเก็บไฟล์ที่เหมาะกับทีมอาจคล่องตัวกว่า
ตัวเลือกการปรับแต่งที่หลากหลาย
แอปนี้มาพร้อมกับตัวเลือกการปรับแต่งที่หลากหลาย ตั้งแต่การปรับสี การเพิ่มฟิลเตอร์ การใส่ข้อความ และการใช้เอฟเฟกต์ต่างๆ นอกจากนี้ยังสามารถปรับความเร็วของวิดีโอ และใช้เครื่องมือ Keyframing เพื่อควบคุมการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ในทุกๆ ช่วงเวลาได้
เคล็ดลับที่ผมใช้คือปรับภาพให้ดูสม่ำเสมอก่อน แล้วค่อยเลือกว่าจะเพิ่มสไตล์แบบใด ฟิลเตอร์ที่ดูน่าสนใจในคลิปหนึ่งอาจทำให้ภาพจากอีกช่วงดูต่างกันมาก โดยเฉพาะเมื่อถ่ายคนละสภาพแสง การเปรียบเทียบภาพต่อเนื่องกันจึงสำคัญกว่าการตัดสินใจจากคลิปเดี่ยว ส่วนข้อความควรอ่านได้ทันในเวลาที่แสดง และไม่ควรบังรายละเอียดที่ช่วยให้ผู้ชมเข้าใจฉาก
การปรับความเร็วเหมาะกับการเน้นการเคลื่อนไหวหรือย่นช่วงที่ไม่จำเป็น แต่ควรฟังเสียงหลังเปลี่ยนความเร็วด้วย เพราะจังหวะเสียงอาจไม่เหมาะกับภาพอีกต่อไป สำหรับ Keyframing ผมมองว่าเป็นเครื่องมือควบคุมความเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่เอฟเฟกต์ที่ต้องใช้ทุกคลิป เริ่มจากการเคลื่อนไหวเล็กน้อยแล้วดูบนจอจริง จะช่วยให้ผลออกมาพอดีและยังรักษาความชัดเจนของเรื่องที่ต้องการเล่า
การแชร์ที่สะดวกสบาย
เมื่อคุณสร้างวิดีโอที่ต้องการเสร็จแล้ว คุณสามารถแชร์ไปยังแพลตฟอร์มต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็น YouTube, Vimeo หรือจะบันทึกลงในเครื่องในรูปแบบ 4K ก็สามารถทำได้อย่างสบายๆ
ก่อนส่งออก ผมแนะนำให้ดูวิดีโอทั้งชิ้นตั้งแต่ต้นจนจบ ไม่ใช่ตรวจเฉพาะจุดที่แก้ล่าสุด ลองเช็กว่าข้อความไม่หลุดขอบ เสียงไม่ขาดตรงรอยต่อ และช่วงท้ายไม่ถูกตัดเร็วเกินไป หากงานมีไว้ลงแพลตฟอร์มใดโดยเฉพาะ ให้คิดถึงวิธีรับชมของคนดูและเลือกไฟล์ให้เหมาะกับการใช้งานจริง ไม่ใช่เลือกค่าที่สูงที่สุดโดยอัตโนมัติ เพราะไฟล์ใหญ่ไม่ได้ทำให้เนื้อหาดีขึ้นหากผู้ชมต้องรอนานหรือพื้นที่จัดเก็บมีจำกัด
เมื่อมีเวลาน้อย การส่งออกช่วงสั้นเพื่อเช็กภาพและเสียงก่อนทำไฟล์เต็มเป็นวิธีลดความเสี่ยงที่คุ้มค่า โดยเฉพาะกับงานที่มีการปรับความเร็วหรือซ้อนเสียงหลายชั้น หากผลทดสอบตรงตามที่ต้องการ ค่อยส่งออกฉบับเต็มและเก็บสำเนาไว้จนตรวจไฟล์เรียบร้อย วิธีนี้ช่วยหลีกเลี่ยงการเริ่มแก้ใหม่หลังพบข้อผิดพลาดช่วงท้าย
ราคาและคนที่เหมาะกับแอปนี้
แอปตัดต่อวิดีโอของ LumaTouch ตัวนี้มีราคา ฿1,000.00 และมีการซื้อภายในแอปตั้งแต่ ฿375.00 ถึง ฿2,875.00 ต่อรายการ จึงควรมองค่าใช้จ่ายให้ครบก่อนตัดสินใจ ไม่ใช่ดูเพียงราคาซื้อครั้งแรก หากคุณตัดต่อเป็นงานอดิเรกสม่ำเสมอหรือทำคลิปที่ต้องควบคุมภาพและเสียงเอง การลงทุนกับเครื่องมือที่มีความละเอียดอาจสมเหตุสมผล แต่ถ้าทำคลิปเป็นครั้งคราวและต้องการเพียงตัดหัวท้าย ใส่เพลง แล้วแชร์ แอปฟรีหรือแอปที่มีแม่แบบสำเร็จรูปอาจตอบโจทย์กว่า
ตัวแอปอยู่ในหมวดการเล่นและตัดต่อวิดีโอ ได้คะแนนเฉลี่ย 4.5 จากราว 2.5 พันคะแนน และมียอดติดตั้งมากกว่า 10,000 ครั้ง การประเมินเหล่านี้ช่วยให้เห็นว่ามีผู้ใช้สนใจ แต่ไม่ควรใช้แทนการคิดถึงขั้นตอนทำงานของตัวเอง ผู้พัฒนา LumaTouch ระบุเวอร์ชันปัจจุบันเป็น 2.4.1; ก่อนติดตั้งควรตรวจว่าอุปกรณ์ของคุณใช้ระบบปฏิบัติการ 10 ขึ้นไปได้ และคำนึงถึงประเภทอายุ 3+ ด้วย
เมื่อเทียบกับเครื่องมือตัดต่อพื้นฐานบนมือถือ LumaFusion เหมาะกว่าเมื่ออยากจัดการหลายชั้นของภาพและเสียงด้วยตัวเอง ส่วนเครื่องมือที่เน้นแม่แบบอาจชนะในความเร็วและความง่ายสำหรับคลิปสั้นที่ทำตามรูปแบบเดิมซ้ำๆ ขณะที่โปรแกรมบนคอมพิวเตอร์อาจเหมาะกว่าเมื่อหน้าจอใหญ่และการจัดการงานจำนวนมากเป็นหัวใจของงาน ดังนั้นคำถามที่ผมใช้ตัดสินไม่ใช่แอปไหนมีเครื่องมือมากที่สุด แต่คือผมต้องควบคุมการตัดต่อมากแค่ไหนในงานจริง
ความประทับใจส่วนตัว
เมื่อได้ลองใช้งาน LumaFusion ต้องบอกเลยว่าประทับใจมาก ทั้งในเรื่องของฟีเจอร์และความเสถียรของแอป มันทำให้การตัดต่อวิดีโอที่ดูซับซ้อนกลายเป็นเรื่องง่ายและสนุกมากขึ้น ถ้าคุณกำลังมองหาแอปตัดต่อวิดีโอที่ครบเครื่องและคุ้มค่า LumaFusion คือตัวเลือกที่ไม่ควรมองข้าม
โดยรวมแล้ว ผมแนะนำให้คนที่อยากทำงานตัดต่อบนมือถืออย่างจริงจังลองพิจารณาแอปนี้ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องใช้หลายแทร็ก ปรับจังหวะภาพ และควบคุมเสียงกับสีในโปรเจกต์เดียวกัน ส่วนคนที่อยากได้ผลลัพธ์เร็วที่สุดโดยไม่ต้องจัดการรายละเอียดเอง อาจเริ่มจากทางเลือกที่เรียบง่ายกว่าและค่อยขยับมาใช้เครื่องมือระดับนี้เมื่อความต้องการเพิ่มขึ้น การทดลองกับงานสั้นก่อนตัดสินใจทำโปรเจกต์ใหญ่จะช่วยให้รู้ได้ชัดว่ารูปแบบการทำงานเหมาะกับคุณหรือไม่
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ LumaFusion: Pro Video Editing
LumaFusion คืออะไร?
LumaFusion เป็นแอปพลิเคชันตัดต่อวิดีโอระดับมืออาชีพที่มีฟีเจอร์หลากหลายสำหรับผู้ใช้ iOS และ Android แอปนี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้ใช้สามารถสร้างและแก้ไขวิดีโอคุณภาพสูงได้อย่างง่ายดาย ด้วยเครื่องมือที่ทันสมัยและอินเตอร์เฟซที่ใช้งานง่าย ผู้ใช้สามารถตัดต่อวิดีโอได้ทุกที่ทุกเวลา
LumaFusion มีฟีเจอร์อะไรบ้าง?
LumaFusion มีฟีเจอร์ที่หลากหลาย เช่น การตัดต่อวิดีโอหลายชั้น, การเพิ่มข้อความและกราฟิก, การปรับแต่งเสียง, และการใช้ฟิลเตอร์และเอฟเฟกต์ต่าง ๆ นอกจากนี้ยังรองรับการนำเข้าวิดีโอจากแหล่งต่าง ๆ และการส่งออกวิดีโอในความละเอียดสูงสุด ทำให้เป็นเครื่องมือที่สมบูรณ์แบบสำหรับผู้สร้างสรรค์วิดีโอ
LumaFusion รองรับอุปกรณ์ใดบ้าง?
LumaFusion รองรับการใช้งานบนอุปกรณ์ iOS เช่น iPhone และ iPad รวมถึงอุปกรณ์ Android ที่มีคุณสมบัติเพียงพอในการประมวลผลวิดีโอที่มีความซับซ้อน ทั้งนี้ผู้ใช้ควรตรวจสอบความต้องการของระบบบนเว็บไซต์ของผู้พัฒนาเพื่อให้แน่ใจว่าอุปกรณ์ที่ใช้งานรองรับแอปนี้
LumaFusion มีค่าใช้จ่ายหรือไม่?
LumaFusion เป็นแอปพลิเคชันที่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งผู้ใช้สามารถซื้อได้จาก App Store หรือ Google Play Store ราคาของแอปอาจแตกต่างกันไปตามโปรโมชั่นและภูมิภาค แต่โดยทั่วไปแล้วถือว่าคุ้มค่าเมื่อพิจารณาจากฟีเจอร์และความสามารถที่แอปมอบให้
ฉันสามารถใช้งาน LumaFusion ได้ง่ายหรือไม่?
LumaFusion ถูกออกแบบมาให้ใช้งานง่ายด้วยอินเตอร์เฟซที่เข้าใจได้แม้สำหรับผู้เริ่มต้น นอกจากนี้ยังมีคู่มือออนไลน์และวิดีโอสอนการใช้งานที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเรียนรู้และใช้งานฟีเจอร์ต่าง ๆ ได้อย่างเต็มที่ ผู้ใช้สามารถทดลองใช้และปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว

LumaFusion: Pro Video Editing
การเล่นและตัดต่อวิดีโออ่านรีวิวนี้ในภาษาอื่น
LumaFusion: Pro Video Editing ENLumaFusion: プロ仕様のビデオ編集 JALumaFusion: 프로 동영상 편집 KOLumaFusion: Profi-Videoschnitt DELumaFusion: Montage vidéo pro FRLumaFusion: Pro Video Editing PTLumaFusion:Editor de vídeo pro ESLumaFusion: editing video Pro ITLumaFusion: Pro Video Editing ARLumaFusion: Pro Video Editing HILumaFusion: Pro Videomontage NL











