
Norton Family Parental Control
รีวิว 4.4หมวดหมู่ การเลี้ยงลูกยอดดาวน์โหลด1.00M
ภาพหน้าจอ








ดาวน์โหลด
ดาวน์โหลดบนGoogle Playดาวน์โหลดบนApp Storeดาวน์โหลดไฟล์ APKข้อดี
- ช่วยให้พ่อแม่ควบคุมการใช้งานออนไลน์ของลูกได้ง่าย
- มีฟีเจอร์กำหนดเวลาการใช้งานสำหรับเด็ก
- รายงานกิจกรรมของเด็กในแบบเรียลไทม์
- สามารถบล็อกเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสมได้
- ใช้งานง่ายและมีคู่มือที่ชัดเจน
ข้อเสีย
- อาจมีค่าใช้จ่ายสูงเมื่อใช้ฟีเจอร์เต็มรูปแบบ
- ต้องการการตั้งค่าเริ่มต้นที่ซับซ้อน
- อาจทำให้การใช้งานอินเตอร์เน็ตช้าลง
- ไม่รองรับบางอุปกรณ์ที่เก่ากว่า
- บางฟีเจอร์อาจไม่ทำงานในบางพื้นที่
วิเคราะห์โดย Appcracy
เวลาที่ลูกใช้หน้าจอเพิ่มขึ้นมักทำให้เรื่องเล็ก ๆ ในบ้านกลายเป็นการต่อรองซ้ำทุกวัน ฉันมองว่าเครื่องมือควบคุมโดยผู้ปกครองมีประโยชน์เมื่อช่วยให้ครอบครัวตกลงกติกาได้ชัดขึ้น ไม่ใช่ใช้แทนการพูดคุยกัน ฉันลองใช้ Norton Family Parental Control ในฐานะแอปสำหรับช่วยดูแลการใช้งานออนไลน์ และสิ่งที่ได้เรียนรู้คือความราบรื่นไม่ได้ขึ้นกับตัวแอปอย่างเดียว แต่ขึ้นกับการตั้งค่าบนอุปกรณ์และข้อตกลงในบ้านด้วย
จุดที่ผู้ปกครองอาจติดขัดตั้งแต่เริ่ม
แอปนี้เป็นเครื่องมือด้านการเลี้ยงลูกจาก NortonMobile ซึ่งมีเป้าหมายช่วยผู้ปกครองจัดการเวลาที่บุตรหลานใช้ออนไลน์ จุดนี้ฟังดูตรงไปตรงมา แต่คำว่า “จัดการ” ควรเริ่มจากการตกลงว่าอยากแก้ปัญหาอะไร เช่น ใช้โทรศัพท์ตอนทำการบ้าน เข้านอนช้าเพราะหน้าจอ หรือไม่แน่ใจว่าลูกใช้เวลาออนไลน์อย่างไร หากเริ่มจากการเปิดทุกตัวเลือกโดยยังไม่มีเป้าหมาย เด็กอาจรู้สึกว่าถูกจับตา ส่วนผู้ปกครองก็อาจมีการแจ้งเตือนหรือข้อมูลมากเกินกว่าจะนำไปใช้จริง
ฉันแนะนำให้เริ่มด้วยปัญหาเดียวที่เห็นชัด แล้วค่อยประเมินว่าการตั้งค่าที่เลือกช่วยได้หรือไม่ วิธีนี้ทำให้แยกได้ง่ายขึ้นว่าเรื่องที่ติดขัดเกิดจากการตั้งค่าของครอบครัว การใช้งานอุปกรณ์ หรือความคาดหวังที่ยังไม่ตรงกัน อย่าคาดหวังว่าแอปจะตัดสินแทนผู้ปกครองได้ว่าเวลาออนไลน์เท่าไรจึงเหมาะกับเด็กทุกคน เพราะกิจวัตรและความจำเป็นของแต่ละครอบครัวต่างกัน
อีกจุดที่ควรคิดก่อนติดตั้งคือใครจะเป็นคนดูแลการตั้งค่า หากพ่อแม่หลายคนช่วยกันดูแล ควรตกลงให้ชัดว่าใครเป็นผู้ปรับกติกาและจะคุยกับลูกอย่างไรเมื่อมีข้อยกเว้น เช่น งานเรียนที่ต้องใช้หน้าจอ การเปลี่ยนกติกาไปมาโดยไม่มีคำอธิบายทำให้เด็กมองการควบคุมเป็นเรื่องไม่เป็นธรรม และทำให้ผู้ใหญ่ประเมินผลของแอปได้ยาก
การติดตั้ง การตั้งค่า และการใช้งานจริง
เริ่มแรกเลย การติดตั้งแอปนี้มีความสะดวกและง่ายมาก ไม่ต้องมีทักษะเทคนิคอะไรก็สามารถทำได้ แค่ดาวน์โหลดแอปจาก Play Store หรือ App Store แล้วทำตามขั้นตอนที่แสดงในหน้าจอ ฉันคิดว่าผู้ปกครองทุกคนสามารถทำได้โดยไม่มีปัญหา อย่างไรก็ตาม การติดตั้งแอปเป็นเพียงจุดเริ่มต้น ฉันจะเผื่อเวลาให้ตัวเองตรวจดูว่าตั้งค่าบนอุปกรณ์ที่ลูกใช้ครบตามที่ตั้งใจ และลองใช้งานตามกิจวัตรจริงก่อนคาดหวังว่าทุกอย่างจะเข้าที่ทันที
ตั้งต้นให้เหมาะกับบ้าน ไม่ใช่ตั้งให้เข้มที่สุด
ก่อนเริ่ม ฉันจะคุยกับลูกด้วยภาษาที่เข้าใจง่ายว่าแอปมีไว้ช่วยดูแลเวลาออนไลน์และเหตุใดครอบครัวจึงใช้ การบอกเหตุผลช่วยลดความรู้สึกว่ามีการแอบตรวจสอบ และเปิดโอกาสให้ลูกถามหรือบอกข้อจำกัดของตัวเอง เช่น มีช่วงที่ต้องใช้เครื่องทำการบ้านหรือสื่อสารเรื่องกิจกรรม การรับฟังตรงนี้ไม่ใช่การยกเลิกกติกา แต่ช่วยให้กติกาใช้งานได้ในชีวิตจริง
จากนั้นจึงเลือกขอบเขตที่ต้องการจัดการอย่างชัดเจน หากปัญหาหลักคือการเลื่อนเวลาเข้านอน จุดเริ่มต้นควรเป็นกิจวัตรก่อนนอน ไม่ใช่พยายามควบคุมทุกอย่างพร้อมกัน หากเป็นการเสียสมาธิระหว่างทำงานเรียน ก็ควรคุยกันว่าเวลาใดเป็นเวลาทำงานและเวลาใดเป็นเวลาพัก การแก้ทีละเรื่องทำให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงมาจากกติกาข้อไหน และช่วยไม่ให้เด็กได้รับข้อจำกัดที่ไม่เกี่ยวกับปัญหา
เรื่องที่น่าอ่านต่อ

Amazon Shopping: เมื่อความสะดวกทำให้ซื้อของง่ายเกินไป

รายชื่อติดต่อ: หัวใจของการสื่อสารในโลกดิจิทัล

ทำไม Pou ถึงครองใจผู้เล่นทั่วโลก

EasyShare: แอปแชร์ไฟล์ที่เร็วและง่ายที่สุดในตลาด

เกมเล่น 2 3 4 คนที่เปลี่ยนมือถือเครื่องเดียวให้กลายเป็นสนามแข่งสุดฮา

Petal แผนที่ – GPS และการนำทาง: ทำให้การเดินทางง่ายและรวดเร็ว
มีรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ช่วยให้การตั้งค่ามีความหมายมากขึ้น: อย่าประเมินจากวันเดียว วันเรียน วันหยุด และวันที่มีงานพิเศษอาจมีรูปแบบการใช้อุปกรณ์ต่างกัน ฉันจะสังเกตตลอดช่วงเวลาหนึ่งว่ากติกาทำให้กิจวัตรดีขึ้นหรือกลับสร้างการขัดแย้ง แล้วค่อยปรับอย่างมีเหตุผล การเปลี่ยนหลายอย่างในคราวเดียวทำให้ไม่รู้ว่าอะไรได้ผล และอาจทำให้เด็กเห็นการควบคุมเป็นการลงโทษมากกว่าความช่วยเหลือ
ฟีเจอร์เด่น ๆ ที่น่าสนใจ
แอปนี้มีฟีเจอร์หลากหลายที่ช่วยให้การควบคุมการใช้งานอินเทอร์เน็ตของลูก ๆ ง่ายขึ้น หนึ่งในนั้นคือการกำหนดเวลาการใช้งาน ซึ่งช่วยให้เราสามารถกำหนดช่วงเวลาที่เหมาะสมที่ลูก ๆ จะใช้มือถือหรือแท็บเล็ตได้ ฟีเจอร์ที่ฉันชื่นชอบมากที่สุด คือการแจ้งเตือนเมื่อมีความเคลื่อนไหวที่ไม่เหมาะสม หรือเมื่อมีการเข้าถึงเว็บไซต์ที่ไม่ปลอดภัย อีกทั้งยังมีฟีเจอร์การติดตามตำแหน่งที่ช่วยให้เราทราบว่าลูก ๆ อยู่ที่ไหนได้อีกด้วย
สิ่งสำคัญคือควรมองการแจ้งเตือนเป็นสัญญาณให้ตรวจสอบ ไม่ใช่ข้อสรุปว่าลูกทำสิ่งผิด การแจ้งเตือนอาจเป็นจุดเริ่มต้นของคำถามอย่างใจเย็นว่าเกิดอะไรขึ้นและบริบทเป็นอย่างไร การเปิดดูทุกครั้งด้วยท่าทีกล่าวโทษอาจทำให้เด็กปิดบังการใช้งาน แทนที่จะขอความช่วยเหลือเมื่อเจอสิ่งที่ไม่สบายใจ ฉันจึงเห็นว่าคุณค่าของการแจ้งเตือนอยู่ที่การช่วยให้ผู้ปกครองเริ่มบทสนทนาได้เร็วขึ้น มากกว่าการใช้เป็นหลักฐานตัดสินพฤติกรรม
การติดตามตำแหน่งก็เหมาะกับการใช้เพื่อความอุ่นใจในสถานการณ์ที่ครอบครัวเห็นพ้องกัน เช่น เมื่อลูกเดินทางไปกิจกรรมตามปกติ แต่ไม่ควรตีความว่าตำแหน่งบนหน้าจอทดแทนการติดต่อหรือการดูแลในชีวิตจริงได้ หากข้อมูลดูไม่ตรงกับที่คาด ฉันจะตรวจสอบกับลูกก่อนสรุปว่าเกิดปัญหา วิธีนี้ช่วยลดความเข้าใจผิดและทำให้การใช้เครื่องมือยังเคารพความเป็นส่วนตัวตามวัย
เมื่อการใช้งานไม่เป็นไปตามที่คิด
ถ้าการตั้งค่าดูเหมือนไม่ได้ผล ฉันจะเริ่มจากการตรวจเรื่องพื้นฐานอย่างใจเย็น: กำลังดูอุปกรณ์ที่ลูกใช้จริงหรือไม่ ขั้นตอนตั้งค่าที่ทำไว้ครบหรือยัง และมีการเปลี่ยนแปลงการใช้งานในบ้านหลังตั้งค่าหรือไม่ การตรวจทีละข้อดีกว่าลบแล้วติดตั้งใหม่ทันที เพราะอย่างน้อยจะช่วยแยกได้ว่าปัญหาอยู่ที่อุปกรณ์ การตั้งค่า หรือกติกาที่ไม่เข้ากับกิจวัตร
ในสถานการณ์ประจำวัน เช่น ลูกต้องทำรายงานหลังเลิกเรียนแต่ยังมีกติกาเวลาใช้งานเดิม ฉันจะไม่รีบมองว่าแอปทำงานผิดหรือเด็กกำลังฝ่าฝืน แต่จะถามก่อนว่างานต้องใช้เครื่องนานแค่ไหน และกติกาที่วางไว้เปิดทางให้กิจกรรมจำเป็นหรือไม่ จากนั้นจึงคุยกันว่าจะจัดเวลาพักและเวลาทำงานอย่างไร การกำหนดข้อยกเว้นด้วยเหตุผลล่วงหน้ามักช่วยได้มากกว่าการเปลี่ยนกติกาทุกครั้งที่มีข้อขัดแย้ง
หากสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ตรงกับความคาดหวัง อย่าเพิ่งเพิ่มความเข้มงวดหลายชั้นพร้อมกัน ลองกลับไปดูเป้าหมายแรกและปรับเพียงจุดที่เกี่ยวข้อง การเก็บข้อสังเกตสั้น ๆ ว่าปัญหาเกิดเวลาไหนและมีบริบทอะไรช่วยให้คุยกันได้เป็นรูปธรรม โดยไม่ต้องอาศัยความจำหรืออารมณ์ในขณะนั้น นี่เป็นวิธีใช้งานที่เรียบง่าย แต่ช่วยให้การควบคุมไม่กลายเป็นการเฝ้าจับผิด
กรณีที่สาเหตุอาจไม่ได้อยู่ที่แอป
บางครั้งสิ่งที่ดูเหมือนแอปมีปัญหาอาจเป็นเรื่องของกิจวัตรที่ไม่ชัดเจน อุปกรณ์ที่ใช้ไม่ตรงกับสิ่งที่ผู้ปกครองคิด หรือความเข้าใจไม่ตรงกันว่าช่วงเวลาใดจำเป็นต้องออนไลน์ หากลูกใช้เครื่องหลายเครื่องในบ้าน การตกลงร่วมกันว่าอุปกรณ์ใดเกี่ยวข้องกับกติกาช่วยลดความสับสนได้ ฉันจะเริ่มจากถามว่าเกิดอะไรขึ้นและตรวจสิ่งที่ตั้งไว้ ก่อนกล่าวโทษเด็กหรือสรุปว่าระบบเสีย
อีกกรณีคือการแจ้งเตือนทำให้ผู้ปกครองกังวลเกินเหตุ ทั้งที่ยังไม่ทราบบริบท การตอบสนองทันทีด้วยการลงโทษอาจทำให้ความสัมพันธ์เสียหายโดยไม่จำเป็น ฉันคิดว่าควรแยก “มีสิ่งที่ควรตรวจสอบ” ออกจาก “มีอันตรายเกิดขึ้นแน่นอน” แล้วใช้การพูดคุยประกอบเสมอ แอปช่วยให้ผู้ใหญ่ใส่ใจได้ไวขึ้น แต่การตัดสินใจที่เหมาะสมยังต้องมาจากความเข้าใจเด็กและสถานการณ์จริง
ใครน่าจะได้ประโยชน์ และใครควรเลือกวิธีอื่น
ฉันคิดว่าแอปนี้เหมาะกับผู้ปกครองที่ต้องการวางกติกาเรื่องเวลาออนไลน์อย่างเป็นรูปธรรม และอยากมีเครื่องมือช่วยสังเกตการใช้งานควบคู่กับการพูดคุย โดยเฉพาะบ้านที่กำลังเปลี่ยนจากการเตือนด้วยวาจาซ้ำ ๆ ไปสู่ข้อตกลงที่ทุกคนเข้าใจร่วมกัน จุดแข็งของแนวทางนี้คือช่วยให้พ่อแม่มีจุดเริ่มต้นสำหรับการติดตามและทบทวน ไม่จำเป็นต้องคอยยืนมองหน้าจอของลูกตลอดเวลา
ในทางกลับกัน หากครอบครัวต้องการเพียงตัวจับเวลาพื้นฐาน หรือเด็กโตพอที่จะจัดการตนเองได้โดยมีข้อตกลงร่วมกัน เครื่องมือควบคุมโดยผู้ปกครองอาจมากเกินความจำเป็น การตั้งกติกากันในครอบครัวหรือใช้ตัวเลือกพื้นฐานที่มีอยู่ในอุปกรณ์อาจเรียบง่ายกว่า ส่วนบ้านที่ต้องการการควบคุมเชิงเทคนิคเฉพาะเจาะจงควรตรวจให้แน่ใจก่อนว่าเครื่องมือที่เลือกตรงกับความต้องการจริง อย่าเลือกจากชื่อเสียงหรือจำนวนการติดตั้งเพียงอย่างเดียว
เมื่อเทียบกับวิธีทั่วไปอย่างการคุยกันอย่างเดียว แอปช่วยให้มีเครื่องมือประกอบการจัดการเวลาและสังเกตเหตุการณ์ แต่แลกกับการต้องตั้งค่าและรักษาความไว้ใจ ส่วนการใช้ตัวควบคุมพื้นฐานในระบบอุปกรณ์อาจสะดวกสำหรับกติกาง่าย ๆ แต่อาจไม่ตอบโจทย์ครอบครัวที่อยากใช้เครื่องมือดูแลการใช้งานโดยเฉพาะ ฉันจึงมองว่าไม่มีวิธีใดดีที่สุดสำหรับทุกบ้าน: เลือกวิธีที่แก้ปัญหาหลักได้ โดยไม่สร้างภาระหรือความรู้สึกถูกควบคุมเกินจำเป็น
สิ่งที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจติดตั้ง
แอปนี้เป็นแอปเลี้ยงลูกที่มีระดับเนื้อหาเหมาะกับผู้ใช้ตั้งแต่อายุสามปีขึ้นไป และให้ดาวน์โหลดโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 4.4 จากเสียงประเมินราว 26,000 รายการ และมีการติดตั้งมากกว่าหนึ่งล้านครั้ง ตัวเลขเหล่านี้ช่วยให้เห็นว่ามีผู้ใช้จำนวนไม่น้อย แต่ไม่ได้รับประกันว่าจะเหมาะกับอุปกรณ์และวิธีเลี้ยงลูกของทุกครอบครัว ฉันจะใช้ข้อมูลเหล่านี้เป็นบริบท ไม่ใช่เหตุผลเดียวในการเลือก
ตัวแอปออกมาตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2012 และเวอร์ชันปัจจุบันคือ 7.9.6.16 โดยต้องใช้ระบบปฏิบัติการตั้งแต่เวอร์ชัน 8.0 ขึ้นไป ก่อนติดตั้งฉันจะตรวจความเข้ากันได้ของอุปกรณ์ที่ลูกใช้ และคิดถึงผู้ที่จะช่วยดูแลการตั้งค่าในระยะยาวด้วย ข้อมูลเวอร์ชันและความเข้ากันได้สำคัญเป็นพิเศษเมื่อใช้อุปกรณ์เก่าหรือมีการใช้งานหลายเครื่อง เพราะการเริ่มต้นได้ราบรื่นช่วยลดภาระการแก้ปัญหาทีหลัง
ถ้ากำลังสงสัยว่าควรเริ่มใช้อย่างไร คำตอบของฉันคือเริ่มจากคุยเรื่องเวลาออนไลน์หนึ่งเรื่อง เลือกกติกาที่ทำตามได้จริง แล้วตรวจผลร่วมกันหลังใช้งานไปสักระยะ หากต้องการให้ลูกมีอิสระมากขึ้นตามวัย ก็ปรับบทบาทของผู้ปกครองและอธิบายเหตุผลให้ชัด การค่อย ๆ ลดการควบคุมเมื่อเด็กแสดงความรับผิดชอบเป็นแนวทางที่ควรพิจารณา มากกว่าปล่อยให้การตั้งค่าเดิมกลายเป็นข้อจำกัดถาวร
ความรู้สึกหลังจากใช้งาน
หลังจากที่ได้ลองใช้ Norton Family Parental Control มาสักระยะ ฉันรู้สึกว่ามันเป็นเครื่องมือที่ช่วยลดความกังวลได้เยอะมาก จากที่เคยต้องคอยเฝ้าดูแลลูก ๆ ตลอดเวลา ตอนนี้ฉันสามารถปล่อยให้พวกเขามีอิสระบ้าง แต่ก็ยังสบายใจได้เพราะมีแอปนี้คอยช่วยดูแล
สำหรับฉัน ความสบายใจจะเกิดขึ้นได้เมื่อใช้เครื่องมืออย่างพอดี ไม่ใช่เพราะปล่อยให้แอปทำงานแทนการเลี้ยงดู ฉันยังต้องฟังสิ่งที่ลูกพบเจอออนไลน์ อธิบายเหตุผลของกติกา และยอมทบทวนเมื่อสถานการณ์เปลี่ยน หากผู้ปกครองคาดหวังระบบที่ตัดสินทุกอย่างโดยไม่ต้องมีส่วนร่วม แอปนี้อาจไม่ใช่คำตอบที่เหมาะ แต่ถ้าต้องการตัวช่วยประกอบการดูแลและพร้อมสื่อสารกับลูก ก็มีโอกาสใช้งานได้คุ้มค่ากว่า
สุดท้ายนี้ ฉันคิดว่าแอปนี้เหมาะสำหรับผู้ปกครองที่ต้องการความปลอดภัยในการใช้งานอินเทอร์เน็ตของลูก ๆ ในยุคที่เทคโนโลยีมีบทบาทมากขึ้นในชีวิตประจำวัน ความปลอดภัยและความสบายใจ เป็นสิ่งที่เราไม่ควรมองข้าม และ Norton Family Parental Control ก็ตอบโจทย์นี้ได้อย่างดี
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Norton Family Parental Control
Norton Family Parental Control คืออะไรและมีประโยชน์อย่างไร?
Norton Family Parental Control เป็นแอปพลิเคชันที่ช่วยให้ผู้ปกครองสามารถควบคุมและติดตามกิจกรรมออนไลน์ของบุตรหลานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยแอปนี้สามารถบล็อกเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสม ตรวจสอบเวลาการใช้งานอินเทอร์เน็ต และส่งรายงานกิจกรรมให้ผู้ปกครองทราบ ซึ่งช่วยสร้างสภาพแวดล้อมออนไลน์ที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก ๆ.
Norton Family รองรับอุปกรณ์ใดบ้าง?
Norton Family Parental Control รองรับทั้งอุปกรณ์ Android และ iOS ทำให้ผู้ปกครองสามารถติดตามและควบคุมการใช้งานอินเทอร์เน็ตของบุตรหลานได้จากสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต ไม่ว่าจะเป็นการบล็อกเว็บไซต์หรือการตรวจสอบเวลาที่ใช้ในการเล่นอินเทอร์เน็ต แอปนี้สามารถทำงานได้อย่างราบรื่นบนทั้งสองแพลตฟอร์ม.
การใช้งาน Norton Family มีค่าใช้จ่ายอย่างไร?
Norton Family Parental Control มีการให้บริการในรูปแบบการสมัครสมาชิก ผู้ใช้งานต้องจ่ายค่าบริการรายเดือนหรือรายปีเพื่อเข้าถึงฟีเจอร์ต่าง ๆ ของแอป เช่น การรายงานกิจกรรม การบล็อกเว็บไซต์ และการกำหนดเวลาการใช้งาน ทั้งนี้อาจมีการทดลองใช้งานฟรีเพื่อให้ผู้ใช้ได้ทดลองระบบก่อนตัดสินใจสมัครสมาชิก.
ผู้ปกครองสามารถจัดการและตรวจสอบกิจกรรมของบุตรหลานได้อย่างไร?
ผู้ปกครองสามารถจัดการและตรวจสอบกิจกรรมของบุตรหลานผ่านแอป Norton Family ได้โดยตรง สามารถตั้งค่าการบล็อกเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสม ตั้งเวลาการใช้อินเทอร์เน็ต รวมถึงตรวจสอบรายงานกิจกรรมที่บุตรหลานทำบนโลกออนไลน์ได้ทั้งหมด ซึ่งช่วยให้ผู้ปกครองมั่นใจในความปลอดภัยของบุตรหลานขณะใช้อินเทอร์เน็ต.
Norton Family ช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ของเด็ก ๆ ได้อย่างไร?
Norton Family Parental Control ช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ของเด็ก ๆ โดยการจำกัดเวลาการใช้งานอินเทอร์เน็ต ทำให้เด็ก ๆ มีสมาธิกับการเรียนรู้มากขึ้น นอกจากนี้ แอปยังช่วยบล็อกเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม ซึ่งช่วยให้เด็ก ๆ ได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์และปลอดภัยจากการใช้อินเทอร์เน็ต.

Norton Family Parental Control
การเลี้ยงลูกอ่านรีวิวนี้ในภาษาอื่น
Norton Family Parental Control ENノートン ファミリー JANorton Family Parental Control DENorton Family parental control FRNorton Family parental control PTNorton Family parental control ESNorton Family parental control ITNorton Family Parental Control ARNorton Family Parental Control HINorton Family parental control NL











