AppcracyAppcracy
Home Assistant

Home Assistant

รีวิว 4.4หมวดหมู่ บ้านและการตกแต่งยอดดาวน์โหลด1.00M

โฆษณา

ภาพหน้าจอ

Home Assistant screenshot
Home Assistant screenshot
Home Assistant screenshot
Home Assistant screenshot
Home Assistant screenshot
Home Assistant screenshot
Home Assistant screenshot
Home Assistant screenshot

ดาวน์โหลด

ดาวน์โหลดบนGoogle Playดาวน์โหลดบนApp Storeดาวน์โหลดไฟล์ APK

ข้อดี

  • ควบคุมอุปกรณ์อัจฉริยะได้ง่ายดาย
  • รองรับหลายแพลตฟอร์มและอุปกรณ์
  • มีการอัปเดตและพัฒนาตลอดเวลา
  • มีชุมชนผู้ใช้ที่ใหญ่และช่วยเหลือดี
  • ปรับแต่งตามความต้องการของผู้ใช้

ข้อเสีย

  • การตั้งค่าเริ่มต้นซับซ้อน
  • อินเทอร์เฟซไม่ใช้งานง่ายสำหรับผู้เริ่มต้น
  • ต้องมีทักษะในการเขียนโค้ดบ้าง
  • อุปกรณ์บางชนิดไม่รองรับ
  • การเชื่อมต่ออาจมีปัญหาในบางครั้ง
โฆษณา

วิเคราะห์โดย Appcracy

ตอนเช้าที่ต้องรีบออกจากบ้าน ฉันอยากเช็กไฟหรือสถานะอุปกรณ์ได้จากจุดเดียว มากกว่าจะเปิดแอปของแต่ละยี่ห้อสลับไปมา นี่คือเหตุผลที่ Home Assistant น่าสนใจสำหรับคนที่กำลังจัดบ้านให้ควบคุมอุปกรณ์ได้เป็นระบบ แอปนี้เหมาะกับบ้านที่มีอุปกรณ์สมาร์ทโฮมหลายชนิด และคนที่พร้อมเรียนรู้วิธีปรับการทำงานให้เข้ากับชีวิตจริง มากกว่าคนที่ต้องการเพียงติดตั้งแล้วใช้งานได้ทันทีโดยไม่ตั้งค่าอะไรเลย

เริ่มจากสิ่งที่ต้องใช้ทุกวัน

แนวทางที่ฉันแนะนำคือเริ่มจากงานเล็ก ๆ ก่อน เช่น เปิดหรือปิดไฟ ตรวจดูอุปกรณ์ที่ใช้งานบ่อย แล้วค่อยเพิ่มสิ่งอื่นเมื่อคุ้นกับวิธีควบคุมผ่านแอป การเริ่มจากความต้องการจริงช่วยให้เห็นว่าอะไรควรอยู่บนหน้าจอหลัก และอะไรไม่จำเป็นต้องแสดงตลอดเวลา บ้านที่มีอุปกรณ์จำนวนมากอาจดูซับซ้อนในช่วงแรก แต่การเลือกเฉพาะรายการที่ใช้ประจำทำให้การควบคุมไม่รกเกินไป

ในชีวิตประจำวัน ความสะดวกไม่ได้มาจากการมีระบบอัตโนมัติมากที่สุดเสมอไป แต่อยู่ที่การลดขั้นตอนที่ทำซ้ำได้ เช่น ก่อนออกจากบ้าน ฉันอาจใช้แอปตรวจอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องและสั่งปิดสิ่งที่ไม่ต้องการให้ทำงานต่อ จากนั้นเมื่อกลับถึงบ้านก็ตรวจสถานะอีกครั้ง วิธีนี้ช่วยให้แอปเป็นศูนย์กลางสำหรับจัดการบ้าน แทนที่จะเป็นแค่หน้ารวมปุ่มที่เปิดดูเป็นครั้งคราว

ตรวจการตั้งค่าให้เข้ากับบ้านของคุณ

ก่อนเพิ่มอุปกรณ์ไปเรื่อย ๆ ฉันจะทบทวนก่อนว่าแต่ละชิ้นเชื่อมต่อกับระบบที่บ้านได้อย่างเหมาะสมหรือไม่ เพราะประสบการณ์ใช้งานขึ้นอยู่กับทั้งการตั้งค่าของ Home Assistant และอุปกรณ์ที่นำมาใช้ด้วย ถ้าอุปกรณ์บางชิ้นไม่ปรากฏหรือทำงานไม่ตรงที่คาด การตรวจการเชื่อมต่อและการตั้งค่าของอุปกรณ์นั้นก่อนมักช่วยแยกได้ว่าปัญหาอยู่ตรงไหน อย่าเพิ่งสร้างระบบอัตโนมัติหลายขั้นตอนจนกว่าจะมั่นใจว่าคำสั่งพื้นฐานทำงานได้สม่ำเสมอ

อีกเรื่องที่ควรคิดตั้งแต่ต้นคือชื่อและการจัดกลุ่มอุปกรณ์ ตั้งชื่อให้บอกตำแหน่งหรือหน้าที่ชัดเจนจะช่วยลดความสับสน โดยเฉพาะเมื่อมีไฟหลายดวงหรืออุปกรณ์ประเภทเดียวกันอยู่คนละห้อง การจัดระเบียบตั้งแต่มีอุปกรณ์ไม่มากใช้เวลาไม่นาน แต่จะช่วยมากเมื่อระบบโตขึ้น และทำให้การเลือกอุปกรณ์ในขั้นตอนสร้าง Automation เข้าใจง่ายกว่าเดิม

โฆษณา

ฉันยังแนะนำให้แยกคำสั่งที่จำเป็นจริงออกจากคำสั่งที่ทำไว้ทดลอง หากระบบทำงานผิดในภายหลัง การรู้ว่ามีการตั้งค่าอะไรไว้จะช่วยให้ไล่ตรวจได้เป็นขั้นตอน อย่าทำให้ทุกเหตุการณ์ในบ้านกลายเป็นระบบอัตโนมัติ เพราะบางอย่างควรให้ผู้ใช้ตัดสินใจเอง เช่น การสั่งอุปกรณ์ที่ไม่อยากให้ทำงานโดยไม่ทันสังเกต ความสมดุลระหว่างความสะดวกกับการควบคุมด้วยตัวเองสำคัญกว่าการทำให้ทุกอย่างเป็นอัตโนมัติ

สร้างกิจวัตรให้กดน้อยลง

เมื่อการควบคุมพื้นฐานลงตัวแล้ว ค่อยพิจารณาว่ากิจกรรมไหนเกิดซ้ำและมีเงื่อนไขชัดเจนพอจะทำเป็น Automation ตัวอย่างเช่น การปรับไฟเมื่อเข้าห้อง หรือปิดอุปกรณ์เสียงเมื่อไม่มีคนอยู่ในพื้นที่ แนวคิดสำคัญคือเริ่มจากเงื่อนไขที่เข้าใจง่าย และลองสังเกตผลก่อนนำไปพึ่งพาในทุกวัน ระบบอัตโนมัติที่ดีควรช่วยลดงานโดยไม่ทำให้ต้องคอยแก้ปัญหาหรือสงสัยว่าทำไมอุปกรณ์จึงทำงานขึ้นมาเอง

เรื่องที่น่าอ่านต่อ

เคล็ดลับที่ช่วยให้ใช้งานได้จริงคือคิดถึงข้อยกเว้นไว้ด้วย ห้องหนึ่งอาจมีคนอยู่แต่ไม่ต้องการให้ไฟเปลี่ยน หรือผู้ใช้อาจอยากควบคุมอุปกรณ์เองในบางเวลา ถ้ากฎอัตโนมัติมีเงื่อนไขกว้างเกินไป ความสะดวกก็กลายเป็นความรำคาญได้ ฉันจึงมอง Automation เป็นตัวช่วยสำหรับรูปแบบที่เกิดซ้ำและคาดเดาได้ ไม่ใช่สิ่งที่จะมาแทนการตัดสินใจทุกอย่างในบ้าน

สถานการณ์ที่เห็นภาพชัดคือช่วงเย็นหลังกลับจากทำงาน คุณอาจตรวจอุปกรณ์ในบ้านและควบคุมไฟหรืออุปกรณ์ที่จำเป็นจากโทรศัพท์ จากนั้นปล่อยให้กิจวัตรที่ตั้งไว้อย่างรอบคอบจัดการงานซ้ำ ๆ แทน การทำเช่นนี้มีประโยชน์ที่สุดเมื่ออุปกรณ์ที่ใช้ร่วมกันทำงานได้เสถียร และสมาชิกในบ้านเข้าใจว่าระบบจะตอบสนองอย่างไร หากคนอื่นในบ้านยังไม่คุ้น การเริ่มด้วยคำสั่งที่ชัดและไม่คาดไม่ถึงจะช่วยให้ทุกคนรู้สึกว่าระบบช่วยเหลือจริง

ทางลัดที่มาจากนิสัย ไม่ใช่ความซับซ้อน

คนที่ใช้ระบบสมาร์ทโฮมคล่องมักไม่ได้เพิ่มขั้นตอนให้มากขึ้น แต่สร้างรูปแบบที่จำได้และทำซ้ำได้ เช่น ตรวจสถานะก่อนออกจากบ้าน หรือทดลองคำสั่งใหม่กับอุปกรณ์เพียงชิ้นเดียวก่อนขยายไปยังห้องอื่น วิธีนี้ทำให้แยกความผิดพลาดได้ง่ายกว่าเปลี่ยนหลายอย่างพร้อมกัน และยังช่วยให้รู้ว่าการปรับแต่ละครั้งทำให้ชีวิตสะดวกขึ้นจริงหรือไม่

โฆษณา

ฉันมองว่าการบันทึกแนวคิดสั้น ๆ เกี่ยวกับ Automation ที่สร้างไว้ก็เป็นนิสัยที่คุ้มค่า โดยเฉพาะเมื่อกลับมาแก้ไขหลังผ่านไปนาน การจดว่าเงื่อนไขนั้นตั้งใจให้เกิดในสถานการณ์ใดช่วยให้ไม่ต้องเดาจากชื่อเพียงอย่างเดียว และป้องกันการลบสิ่งที่ยังมีประโยชน์ไปโดยไม่ตั้งใจ นี่ไม่ใช่ฟีเจอร์ลับ แต่เป็นวิธีทำงานที่ช่วยจัดการระบบซึ่งมีหลายส่วนได้ดีขึ้น

อีกข้อแลกเปลี่ยนหนึ่งคือการรวมการควบคุมไว้ที่เดียวทำให้จัดการสะดวก แต่ก็ทำให้การตั้งต้นและดูแลระบบสำคัญขึ้น หากมีการเปลี่ยนอุปกรณ์หรือปรับการเชื่อมต่อ ควรตรวจว่ากิจวัตรที่พึ่งพาอุปกรณ์นั้นยังทำงานตามที่ต้องการ การเพิ่มทีละอย่างและทดสอบในบริบทจริงย่อมปลอดภัยกว่าการเปลี่ยนโครงสร้างหลายจุดในคราวเดียว โดยเฉพาะในบ้านที่คนอื่นต้องพึ่งการทำงานของระบบด้วย

ความยืดหยุ่นที่ต้องแลกกับเวลาเรียนรู้

จุดเด่นของ Home Assistant คือการปรับให้เข้ากับอุปกรณ์และวิธีใช้ของแต่ละบ้านได้มากกว่าการใช้แอปเฉพาะแบรนด์เพียงแอปเดียว แต่ความยืดหยุ่นนี้ก็มาพร้อมภาระในการทำความเข้าใจการตั้งค่า ผู้ใช้ที่ชอบลอง แก้ และจัดระบบเองมีโอกาสได้ประโยชน์มาก ส่วนคนที่ต้องการหน้าจอเรียบง่ายและไม่อยากดูแลสิ่งใดเพิ่ม อาจสบายใจกับแอปของผู้ผลิตอุปกรณ์ที่ใช้อยู่มากกว่า

เมื่อเทียบกับแอปสมาร์ทโฮมทั่วไปที่เน้นอุปกรณ์จากยี่ห้อเดียว Home Assistant น่าสนใจในฐานะจุดรวมสำหรับบ้านที่มีอุปกรณ์หลากหลาย อย่างไรก็ตาม การรวมไว้ในแอปเดียวไม่ได้แปลว่าอุปกรณ์ทุกชิ้นจะเชื่อมต่อหรือทำงานเหมือนกันทั้งหมด ประสบการณ์จริงจึงขึ้นกับการจัดระบบและความเข้ากันได้ของอุปกรณ์ด้วย ถ้าคุณมีอุปกรณ์เพียงไม่กี่ชิ้นและแอปเดิมตอบโจทย์อยู่แล้ว การย้ายมาใช้ระบบที่ยืดหยุ่นกว่าอาจเพิ่มงานโดยยังไม่เพิ่มประโยชน์ที่รู้สึกได้

สำหรับคนที่ต้องการควบคุมบ้านจากนอกบ้าน ความสามารถเข้าถึงระบบจากที่ต่าง ๆ เป็นส่วนที่น่าดึงดูด แต่ฉันจะไม่มองว่าการติดตั้งแอปเพียงอย่างเดียวทำให้ทุกอย่างพร้อมโดยอัตโนมัติ ผู้ใช้ต้องจัดการระบบ Home Assistant ของตัวเองให้ใช้งานได้ และควรเข้าใจพื้นฐานของการเชื่อมต่อก่อนพึ่งพาการควบคุมระยะไกล หากเป้าหมายคือเปิดแอปแล้วเชื่อมต่อทันทีโดยไม่ต้องสนใจระบบเบื้องหลัง ทางเลือกแบบบริการสำเร็จรูปอาจเหมาะกว่า

โฆษณา

ข้อจำกัดอีกด้านคือการแก้ปัญหาอาจต้องอาศัยการค้นคว้าและความอดทน Community ของ Home Assistant ช่วยให้มีพื้นที่แลกเปลี่ยนแนวทางกับผู้ใช้คนอื่น แต่คำแนะนำจากผู้ใช้รายอื่นอาจต้องปรับให้เข้ากับอุปกรณ์และการตั้งค่าของบ้านคุณเอง ฉันจึงมองว่าการค้นหาคำตอบเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นเฉพาะกับผู้เริ่มต้นเท่านั้น หากไม่อยากใช้เวลาเรียนรู้หรือแก้รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ จุดนี้อาจเป็นเหตุผลสำคัญที่ควรเลือกวิธีควบคุมแบบง่ายกว่า

เหมาะกับใคร และควรเริ่มอย่างไร

แอปนี้เหมาะกับคนที่อยากจัดการบ้านหลายส่วนจากศูนย์กลาง ชอบปรับแต่ง และไม่ติดขัดกับการใช้เวลาทดลองทีละขั้น ผู้ที่มีอุปกรณ์หลายประเภทหรืออยากสร้างกิจวัตรตามพฤติกรรมของบ้านน่าจะเห็นคุณค่าชัดที่สุด ในทางกลับกัน ถ้าคุณต้องการเพียงควบคุมอุปกรณ์ชิ้นเดียว หรืออยากได้ประสบการณ์ที่ไม่ต้องตั้งระบบพื้นฐานเพิ่มเติม แอปของอุปกรณ์นั้นอาจตรงไปตรงมาและเหมาะกับคุณกว่า

ถ้ากำลังตัดสินใจว่าจะเริ่มดีไหม ฉันแนะนำให้เริ่มจากอุปกรณ์ที่ใช้บ่อยและงานหนึ่งอย่างที่อยากลดขั้นตอน ลองควบคุมด้วยตัวเองให้คล่องก่อน แล้วค่อยเพิ่ม Automation เมื่อรู้ว่าพฤติกรรมของบ้านเป็นอย่างไร วิธีเริ่มแบบค่อยเป็นค่อยไปช่วยให้ประเมินได้ว่าความยืดหยุ่นตอบโจทย์จริงหรือเพียงเพิ่มสิ่งที่ต้องดูแล นอกจากนี้ยังทำให้เห็นเร็วว่าควรลงทุนเวลาเรียนรู้ต่อหรือกลับไปใช้เครื่องมือเดิมที่เรียบง่ายกว่า

เริ่มต้นกับ Home Assistant

ถ้าคุณยังไม่คุ้นเคยกับ Home Assistant มันคือซอฟต์แวร์แบบโอเพนซอร์สที่ช่วยให้คุณสามารถควบคุมอุปกรณ์ IoT ในบ้านของคุณได้จากแอปเดียวค่ะ การตั้งค่าอาจจะต้องใช้เวลาสักหน่อย แต่บอกเลยว่าคุ้มค่ามาก ๆ เพราะมันสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นไฟ, ลำโพง, กล้องวงจรปิด และอีกมากมาย

การติดตั้งและการใช้งาน

เริ่มแรกเลย ฉันดาวน์โหลดแอปจากเว็บไซต์ของ Home Assistant ซึ่งมีคู่มือการติดตั้งที่ละเอียดมาก ๆ จะติดตั้งบน Raspberry Pi หรือบนเซิร์ฟเวอร์ก็ได้ตามความสะดวกค่ะ การตั้งค่าเบื้องต้นนั้นไม่ได้ยากเลย มีการตั้งค่าอัตโนมัติที่ช่วยให้การเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่าง ๆ เป็นเรื่องง่าย

เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว ฉันก็เริ่มทดลองควบคุมอุปกรณ์ต่าง ๆ ในบ้านผ่านแอป ซึ่งก็ทำได้อย่างราบรื่นจริง ๆ ค่ะ หน้าตาแอปใช้ง่ายและมีการอัปเดตข้อมูลแบบเรียลไทม์ด้วย

ความประทับใจและการใช้งานจริง

สิ่งที่ฉันชอบมากที่สุดเกี่ยวกับ Home Assistant คือความสามารถในการปรับแต่งได้ตามใจชอบ เช่น การสร้าง Automation ต่าง ๆ ที่ทำให้ชีวิตสะดวกสบายขึ้นมากค่ะ เช่น เปิดไฟอัตโนมัติเมื่อเข้าสู่ห้อง หรือปิดลำโพงเมื่อไม่มีคนอยู่ในห้อง

อีกสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจคือ Community ของ Home Assistant ที่มีผู้ใช้งานจากทั่วโลกคอยช่วยเหลือกัน ถ้ามีปัญหาหรืออยากได้ไอเดียใหม่ ๆ การเข้าไปหาข้อมูลในฟอรัมก็มักจะได้คำตอบที่ดีเสมอ

สรุป

ถ้าคุณกำลังมองหาโซลูชั่นสมาร์ทโฮมที่มีความยืดหยุ่นสูงและไม่ต้องเสียเงินเยอะ Home Assistant คือตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมค่ะ มันอาจจะต้องใช้เวลาในการเรียนรู้บ้าง แต่เชื่อเถอะค่ะว่ามันคุ้มค่าแน่นอน

ตัวแอปจากผู้พัฒนา Home Assistant เป็น แอปบ้านและการตกแต่งที่ให้ดาวเฉลี่ย 4.4 จากผู้ให้คะแนนราว 12,000 คน และมีผู้ติดตั้งมากกว่า 1 ล้านครั้ง ดาวน์โหลดได้ฟรี พร้อมระดับเนื้อหาประเภท 3+ และเปิดตัวเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 ตัวเลขเหล่านี้บอกได้ว่ามีผู้ใช้จำนวนมาก แต่สิ่งที่ควรใช้ตัดสินใจจริง ๆ คือคุณต้องการความยืดหยุ่นและยอมดูแลระบบสมาร์ทโฮมด้วยตัวเองหรือไม่

สำหรับฉัน จุดที่ทำให้แนวทางนี้คุ้มไม่ใช่การมีปุ่มควบคุมทุกอย่าง แต่เป็นการค่อย ๆ เปลี่ยนงานที่น่ารำคาญให้เป็นกิจวัตรที่ไว้ใจได้ เริ่มจากสิ่งที่ใช้จริง ตรวจการตั้งค่าอย่างมีลำดับ และอย่ากลัวที่จะเลือกคงบางอย่างไว้เป็นการควบคุมด้วยมือ หากคุณชอบปรับบ้านให้เข้ากับตัวเอง Home Assistant เป็นตัวเลือกที่น่าลอง แต่ถ้าความสำคัญอันดับแรกคือความง่ายแบบไม่ต้องเรียนรู้เพิ่ม แอปเฉพาะอุปกรณ์อาจเป็นเพื่อนที่เหมาะกว่า

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Home Assistant


Home Assistant คืออะไรและทำงานอย่างไร?

Home Assistant เป็นแพลตฟอร์มโอเพนซอร์สที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผู้ใช้สามารถควบคุมและทำงานร่วมกับอุปกรณ์สมาร์ทในบ้านได้อย่างครบวงจร โดยระบบสามารถติดตั้งบนเซิร์ฟเวอร์ภายในบ้านหรือบนคลาวด์ก็ได้ และยังสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์และบริการที่หลากหลาย เช่น Amazon Alexa, Google Assistant เป็นต้น เพื่อสร้างระบบอัตโนมัติในบ้านที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น


Home Assistant รองรับอุปกรณ์และบริการจากผู้ผลิตรายใดบ้าง?

Home Assistant รองรับการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์และบริการจากหลากหลายผู้ผลิต เช่น Philips Hue, Sonos, Nest, Xiaomi, และอื่น ๆ อีกมากมาย ผู้ใช้สามารถตรวจสอบรายชื่ออุปกรณ์ที่รองรับได้จากเว็บไซต์ของ Home Assistant เพื่อดูว่ามีอุปกรณ์ใดบ้างที่สามารถใช้งานร่วมกับระบบได้อย่างสมบูรณ์


การติดตั้ง Home Assistant ยากหรือไม่?

การติดตั้ง Home Assistant อาจดูซับซ้อนสำหรับผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับการตั้งค่าเซิร์ฟเวอร์ แต่มีคู่มือและชุมชนออนไลน์ที่พร้อมให้ความช่วยเหลือ โดยทั่วไประบบสามารถติดตั้งได้บน Raspberry Pi หรือเซิร์ฟเวอร์ส่วนบุคคล และมีคำแนะนำที่ละเอียดเพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถติดตั้งได้ด้วยตนเอง


Home Assistant มีค่าใช้จ่ายหรือไม่?

Home Assistant เป็นซอฟต์แวร์โอเพนซอร์สที่ผู้ใช้สามารถดาวน์โหลดและใช้งานได้ฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย แต่หากต้องการใช้บริการเสริมเช่น Home Assistant Cloud เพื่อเชื่อมต่อกับ Amazon Alexa หรือ Google Assistant ก็อาจมีค่าบริการรายเดือนเพิ่มเติม


Home Assistant มีความปลอดภัยในการใช้งานแค่ไหน?

ความปลอดภัยเป็นเรื่องสำคัญสำหรับ Home Assistant ซึ่งมีการอัปเดตซอฟต์แวร์เป็นประจำเพื่อแก้ไขช่องโหว่และปรับปรุงความปลอดภัย ผู้ใช้งานสามารถตั้งค่าระบบรักษาความปลอดภัยได้ด้วยตนเอง เช่น การใช้การยืนยันตัวตนสองขั้นตอน และการกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงเพื่อเพิ่มระดับความปลอดภัยให้กับระบบของตนเอง

โฆษณา

อ่านรีวิวนี้ในภาษาอื่น

Home Assistant ENHome Assistant JAHome Assistant KOHome Assistant DEHome Assistant FRHome Assistant PTHome Assistant ESHome Assistant ITHome Assistant ARHome Assistant HIHome Assistant NL

เว็บไซต์นี้ให้ข้อมูลอิสระเกี่ยวกับแอปของบุคคลที่สาม เราไม่ได้เป็นเจ้าของ พัฒนา หรือเผยแพร่แอปเหล่านั้น ชื่อ โลโก้ และเครื่องหมายการค้าเป็นของเจ้าของแต่ละราย รายละเอียดผู้พัฒนามีไว้เพื่อใช้อ้างอิงเท่านั้น หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม โปรดติดต่อผู้พัฒนาที่ android@home-assistant.io ไปที่ https://www.home-assistant.io หรือดู https://www.home-assistant.io/privacy/#companion-applications

แอปที่ทำงานแบบเดียวกัน