
ตัดเพลงเสียงเรียกเข้า,ทำริงโทน
รีวิว 4.9หมวดหมู่ เพลงและเสียงยอดดาวน์โหลด50.00M
ภาพหน้าจอ






ดาวน์โหลด
ดาวน์โหลดบนGoogle Playดาวน์โหลดบนApp Storeดาวน์โหลดไฟล์ APKข้อดี
- ใช้งานง่ายและเข้าใจได้ทันที
- สามารถตัดเพลงได้อย่างรวดเร็ว
- รองรับหลายรูปแบบไฟล์
- มีฟังก์ชั่นเพิ่มเสียงพิเศษ
- แอพไม่กินพื้นที่เก็บข้อมูล
ข้อเสีย
- มีโฆษณาเยอะเกินไป
- ไม่มีเวอร์ชันไม่มีโฆษณา
- การอัพเดทไม่สม่ำเสมอ
- ไม่รองรับการรวมเพลง
- บางฟังก์ชั่นต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
วิเคราะห์โดย Appcracy
ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่เบื่อริงโทนเดิม ๆ และอยากเลือกท่อนเสียงให้เข้ากับตัวเอง แอป ตัดเพลงเสียงเรียกเข้า,ทำริงโทน เป็นเครื่องมือแนวเพลงและเสียงที่ตั้งใจทำงานเฉพาะทางนี้ โดยมี InShot Inc. เป็นผู้พัฒนา จุดแข็งคือการเปลี่ยนไฟล์เสียงที่มีอยู่ให้กลายเป็นเสียงเรียกเข้า การปลุก หรือการแจ้งเตือนแบบที่เลือกเองได้ โดยไม่ต้องเปิดโปรแกรมตัดต่อเสียงขนาดใหญ่ ผมมองว่าเหมาะกับคนที่ต้องการปรับแต่งเสียงแบบรวดเร็ว แต่ไม่ใช่ตัวเลือกแทนเวิร์กสเตชันสำหรับคนที่อยากมิกซ์เพลงอย่างละเอียด
งานที่ทำได้ดีคือการเลือกท่อนเสียง
หัวใจของแอปประเภทนี้ไม่ใช่การมีเครื่องมือมากที่สุด แต่คือการหาช่วงเสียงที่ต้องการได้ง่ายและบันทึกไปใช้ต่อได้สะดวก ถ้าคุณมีเพลงหรือเสียงอยู่ในเครื่อง การเลือกต้นทางแล้วกำหนดจุดเริ่มกับจุดจบเป็นวิธีที่ตรงไปตรงมา เหมาะกับการทำเสียงสั้น ๆ สำหรับแจ้งเตือน หรือเลือกท่อนจำง่ายไว้ใช้กับสายเรียกเข้า ความสามารถแบบนี้ช่วยลดขั้นตอนเมื่อเทียบกับการเปิดโปรแกรมตัดต่อเต็มรูปแบบ ซึ่งมักมีตัวเลือกมากเกินความจำเป็นสำหรับงานเพียงชิ้นเดียว
ในทางปฏิบัติ ผมแนะนำให้ฟังท่อนที่เลือกซ้ำก่อนบันทึก อย่าตัดสินจากภาพตำแหน่งบนคลื่นเสียงอย่างเดียว เพราะจังหวะเริ่มที่เร็วหรือช้ากว่าที่คิดเพียงเล็กน้อยอาจทำให้เสียงฟังสะดุดได้ ลองเริ่มจากช่วงที่มีจังหวะหรือคำร้องชัด แล้วขยับขอบเขตทีละนิดจนเสียงเข้าและออกเป็นธรรมชาติ วิธีนี้สำคัญเป็นพิเศษกับเพลงที่มีเสียงร้อง เพราะการตัดกลางพยางค์มักทำให้ริงโทนฟังเหมือนถูกตัดขาด มากกว่าจะดูตั้งใจเลือกท่อน
ปรับเสียงให้เข้ากับการใช้งานจริง
เสียงเรียกเข้า เสียงปลุก และเสียงแจ้งเตือนไม่ได้ต้องการคลิปแบบเดียวกันทั้งหมด ริงโทนควรมีช่วงเปิดที่ได้ยินชัดเมื่อโทรศัพท์อยู่ห่างตัว ส่วนเสียงแจ้งเตือนควรสั้นพอไม่รบกวนคนรอบข้าง และเสียงปลุกควรเลือกท่อนที่แยกจากเสียงเตือนอื่นได้ง่าย การมีเครื่องมือสำหรับสร้างเสียงเหล่านี้เองทำให้ปรับเลือกได้ตามบริบท ไม่จำเป็นต้องใช้คลิปเดียวกับทุกสถานการณ์
ตัวอย่างในชีวิตประจำวันคือการใช้เสียงสั้นที่จำได้สำหรับข้อความจากคนสำคัญ แล้วแยกเสียงสายเรียกเข้าออกจากการแจ้งเตือนทั่วไป วิธีนี้ช่วยให้รู้คร่าว ๆ ว่าควรหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูหรือไม่ โดยไม่ต้องคอยตรวจหน้าจอทุกครั้ง อย่างไรก็ตาม ถ้าอยู่ในที่ทำงาน ห้องเรียน หรือพื้นที่เงียบ การตั้งระดับเสียงและเลือกท่อนที่ไม่รบกวนผู้อื่นยังสำคัญกว่าความแปลกใหม่ของริงโทน
อีกแนวทางหนึ่งคือทำเสียงปลุกจากช่วงที่เริ่มชัด ไม่ใช่ท่อนที่ค่อย ๆ เบาจนแทบไม่ได้ยินในตอนต้น และควรลองฟังจากลำโพงโทรศัพท์หลังบันทึก เพราะเสียงที่ฟังดีเมื่อใช้หูฟังอาจไม่เด่นพอในห้องจริง การทดสอบกับอุปกรณ์ที่ใช้ประจำช่วยให้รู้ว่าคลิปดังชัดและยาวเหมาะกับจุดประสงค์หรือไม่ ก่อนนำไปตั้งเป็นเสียงหลัก
ทำงานเฉพาะทาง ไม่ได้แทนโปรแกรมตัดต่อเต็มรูปแบบ
เมื่อเทียบกับโปรแกรมตัดต่อเสียงทั่วไป จุดแลกเปลี่ยนของเครื่องมือทำริงโทนคือความเรียบง่าย: งานเลือกท่อนเสียงมีขั้นตอนน้อยกว่า แต่การปรับแต่งเชิงลึกย่อมไม่ใช่เหตุผลหลักที่ควรเลือกใช้ หากต้องการจัดหลายแทร็ก วางเสียงพูดให้ตรงจังหวะเพลง หรือควบคุมรายละเอียดการมิกซ์อย่างจริงจัง โปรแกรมเสียงที่มีไทม์ไลน์และเครื่องมือเฉพาะทางจะเหมาะกว่า ส่วนคนที่แค่ต้องการตัดช่วงหนึ่งจากไฟล์แล้วนำไปใช้กับโทรศัพท์ แอปเฉพาะงานมักเริ่มต้นได้เร็วกว่า
เรื่องที่น่าอ่านต่อ
ความต่างอีกอย่างคือแอปตัดต่อวิดีโอบางตัวอาจตัดเสียงได้อยู่แล้ว แต่ขั้นตอนมักออกแบบเพื่อประกอบเสียงกับภาพ ไม่ใช่เพื่อทำเสียงเรียกเข้าโดยตรง ถ้างานของคุณคือสร้างคลิปเสียงสั้นโดยไม่ต้องทำวิดีโอ การใช้เครื่องมือที่เน้นเสียงจึงตรงโจทย์กว่า ในทางกลับกัน หากคุณกำลังตัดคลิปวิดีโอและต้องการเสียงประกอบไปพร้อมกัน การทำทุกอย่างในโปรแกรมวิดีโอเดิมอาจประหยัดการสลับแอปได้มากกว่า
เคล็ดลับเล็ก ๆ ที่ช่วยให้ได้ผลลัพธ์ดีขึ้น
ก่อนตัดเพลง ลองฟังต้นฉบับจนเจอจุดเริ่มที่ต้องการ แล้วค่อยปรับขอบเขตให้พอดีกับวลีหรือจังหวะ อย่าเลือกช่วงยาวเกินจำเป็นเพียงเพราะชอบเพลงทั้งท่อน เพราะเสียงแจ้งเตือนที่เล่นนานอาจสร้างความรำคาญได้ ส่วนริงโทนควรมีความยาวพอให้จำแนกได้ แต่ไม่ควรยืดจนต้องฟังซ้ำหลายรอบก่อนจะรู้ว่าใครโทรมา
ถ้าจะทำเสียงจากการบันทึกเสียงพูด ให้พูดเว้นจังหวะก่อนและหลังคำที่ต้องการ วิธีนี้ช่วยให้มีพื้นที่ตัดหัวท้ายโดยไม่กินพยางค์สำคัญ และทำให้เสียงเริ่มต้นไม่ฉับพลันเกินไป หลังบันทึกแล้วควรฟังทั้งคลิป ไม่ใช่เฉพาะช่วงกลาง เพราะเสียงรบกวนหรือการหายใจตรงต้นคลิปอาจเด่นขึ้นเมื่อถูกนำไปใช้เป็นการแจ้งเตือนซ้ำ ๆ การพูดให้ชัดและบันทึกในสภาพแวดล้อมที่สงบมีผลต่อคุณภาพมากกว่าการเลือกคำยาวหรือประโยคซับซ้อน
ถ้าต้องการแยกเสียงตามคนหรือสถานการณ์ ลองใช้คลิปที่มีบุคลิกต่างกันแทนการเปลี่ยนเพลงโปรดไปเรื่อย ๆ เช่น เลือกเสียงสั้นที่โทนสงบสำหรับการแจ้งเตือนทั่วไป และท่อนที่จำง่ายกว่าสำหรับสายเรียกเข้า หลักสำคัญคืออย่าทำให้เสียงทุกประเภทคล้ายกันเกินไป มิฉะนั้นการปรับแต่งก็แทบไม่ช่วยให้แยกเหตุการณ์ได้ และควรคิดถึงสถานที่ที่ใช้โทรศัพท์ด้วย เสียงที่สนุกเมื่ออยู่บ้านอาจไม่เหมาะกับพื้นที่ส่วนรวม
ข้อจำกัดที่ควรรู้ก่อนเริ่ม
ความสะดวกของแอปตัดเสียงไม่ได้ทำให้เพลงทุกไฟล์พร้อมนำมาใช้โดยอัตโนมัติ สิ่งที่เลือกได้ขึ้นอยู่กับเสียงที่มีและเข้าถึงได้บนโทรศัพท์ของคุณ หากหาไฟล์ต้นฉบับไม่พบหรือมีเพียงเพลงที่เปิดฟังผ่านบริการอื่น การเริ่มงานอาจไม่ราบรื่นเท่าที่คาด จึงควรตรวจให้แน่ใจก่อนว่ามีไฟล์เสียงที่ต้องการใช้งานอยู่จริง และอย่าคาดหวังว่าเครื่องมือตัดเสียงจะจัดการข้อจำกัดของแหล่งเพลงแทนให้ทั้งหมด
อีกจุดที่ควรเผื่อใจคือคำว่า “ทำริงโทน” ไม่ได้แปลว่าทุกขั้นตอนหลังตัดเสร็จจะเหมือนกันในโทรศัพท์ทุกรุ่น การเลือกไฟล์ที่บันทึกแล้วไปตั้งเป็นเสียงเรียกเข้าหรือเสียงแจ้งเตือนอาจขึ้นกับวิธีจัดการไฟล์และการตั้งค่าของเครื่องด้วย ผมจึงแนะนำให้ลองทำคลิปสั้นหนึ่งชิ้นก่อน แล้วตรวจว่าไฟล์อยู่ตรงที่หาเจอและเลือกใช้งานได้สะดวก วิธีทดลองนี้ช่วยหลีกเลี่ยงการเสียเวลาตัดหลายไฟล์ก่อนรู้ขั้นตอนปลายทางของเครื่องตัวเอง
แอปนี้ติดตั้งได้บนอุปกรณ์ที่ใช้ Android 5.0 ขึ้นไป และมีการซื้อภายในแอปตั้งแต่ประมาณ 125 ถึง 575 บาทต่อรายการ จึงควรพิจารณาความต้องการจริงก่อนจ่ายเงิน หากใช้เป็นครั้งคราวเพื่อทำเสียงแจ้งเตือนเพียงไม่กี่ชิ้น การเริ่มจากการใช้งานฟรีย่อมสมเหตุสมผลกว่า ส่วนผู้ที่ใช้เครื่องมือเป็นประจำอาจค่อยตัดสินใจเมื่อเห็นว่าขั้นตอนและตัวเลือกที่ต้องการคุ้มกับค่าใช้จ่ายหรือไม่ ผมไม่แนะนำให้ซื้อเพียงเพราะคิดว่าจะได้ฟีเจอร์ที่ยังไม่แน่ใจว่าจำเป็น
เหมาะกับใคร และใครควรมองหาทางเลือกอื่น
ถ้าคุณอยากปรับเสียงโทรศัพท์ให้มีเอกลักษณ์ แต่ไม่ได้ต้องการเรียนรู้การตัดต่อเสียงอย่างจริงจัง แอปนี้เป็นจุดเริ่มที่เข้าถึงง่าย โดยเฉพาะคนที่ต้องการเลือกท่อนสั้น ๆ จากเสียงที่มีอยู่ หรือทำเสียงพูดเฉพาะตัวไว้ใช้กับสายเรียกเข้าและการเตือน งานเล็ก ๆ ที่ทำไม่บ่อยเป็นกรณีที่เครื่องมือเฉพาะทางได้เปรียบ เพราะไม่ต้องสร้างโปรเจกต์หรือจัดการแทร็กหลายชั้น
แต่ถ้าคุณทำพอดแคสต์ ตัดเสียงสัมภาษณ์ หรืออยากทำเพลงที่มีการซ้อนเสียงและปรับระดับหลายส่วน ผมจะเลือกโปรแกรมตัดต่อเสียงที่ควบคุมรายละเอียดได้มากกว่า แอปทำริงโทนไม่ได้มีเหตุผลที่จะมาแทนเครื่องมือเหล่านั้น ความต้องการด้านการจัดการไฟล์จำนวนมากก็เป็นอีกกรณีที่ควรวางแผนก่อน เพราะคนที่ทำคลิปเสียงหลายแบบอาจต้องตั้งชื่อและแยกไฟล์อย่างเป็นระบบด้วยตัวเอง เพื่อไม่ให้เสียงแจ้งเตือนกับเสียงเรียกเข้าปะปนกันในภายหลัง
สำหรับคนที่ไม่ค่อยเปลี่ยนเสียงโทรศัพท์ หรือพอใจกับเสียงมาตรฐานที่มีอยู่แล้ว ประโยชน์ที่ได้รับอาจไม่มากพอให้ติดตั้งเครื่องมือเพิ่ม จุดคุ้มค่าของแอปนี้อยู่ที่การได้เลือกเสียงและท่อนที่ตรงใจ ไม่ใช่การทำให้โทรศัพท์ทำงานเร็วขึ้นหรือเพิ่มความสามารถด้านเสียงในทุกแง่มุม ถ้าคุณไม่เคยรู้สึกว่าเสียงเดิมเป็นปัญหา การตั้งค่าเดิมของเครื่องก็อาจตอบโจทย์ได้ครบกว่าและไม่ต้องเสียเวลาจัดการไฟล์ใหม่
ภาพรวมและคำแนะนำก่อนตัดสินใจ
ในฐานะแอปเพลงและเสียงแบบฟรี ตัดเพลงเสียงเรียกเข้า,ทำริงโทน มีฐานผู้ใช้มากกว่า 50 ล้านการติดตั้ง คะแนนเฉลี่ย 4.9 จากราว 685,000 คะแนน และมีรีวิวประมาณ 6,800 รายการ ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่ามีคนใช้งานจำนวนมาก แต่สิ่งที่ควรชั่งน้ำหนักสำหรับตัวคุณยังเป็นเรื่องง่ายกว่านั้น: คุณมีไฟล์เสียงที่อยากตัดหรือไม่ และคุณจะนำคลิปที่ทำไปใช้จริงบ่อยแค่ไหน แอปนี้เหมาะกับผู้ใช้ทั่วไปที่อยากทำเสียงส่วนตัวโดยไม่ต้องเรียนรู้เครื่องมือซับซ้อน และมีการจัดระดับเนื้อหา 3+
ตัวแอปเริ่มให้บริการเมื่อ 31 ส.ค. 2561 และรุ่นปัจจุบันคือ 2.3.2 สำหรับผม ความน่าสนใจอยู่ที่การแก้ปัญหาเล็ก ๆ ได้ตรงจุดมากกว่าความหวือหวา หากคุณมีเสียงที่อยากใช้เป็นของตัวเอง ลองเริ่มจากคลิปสั้นหนึ่งชิ้น ฟังผลบนโทรศัพท์ แล้วดูว่าขั้นตอนทั้งหมดเข้ากับนิสัยการใช้งานหรือไม่ แต่ถ้าต้องการตัดต่อเสียงละเอียดหรือแทบไม่เปลี่ยนเสียงเรียกเข้า ก็ข้ามได้โดยไม่พลาดเครื่องมือจำเป็นสำหรับการใช้งานทั่วไป
ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่เบื่อริงโทนเดิม ๆ และต้องการสร้างเสียงเรียกเข้าที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง แน่นอนว่าแอป "ตัดเพลงเสียงเรียกเข้า,ทำริงโทน" บน Android และ iOS นี้อาจจะเป็นสิ่งที่คุณต้องการ! ผมลองใช้งานแอปนี้มาสักระยะแล้ว และขอบอกเลยว่ามันเจ๋งมาก
ทำไมต้องแอปนี้?
แอปนี้เป็นเครื่องมือที่ใช้ง่ายมาก ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่หรือเคยใช้แอปตัดเพลงอื่น ๆ มาก่อนก็ตาม คุณสามารถเลือกเพลงจากเครื่องของคุณแล้วเริ่มตัดต่อได้ทันที แอปนี้มีอินเตอร์เฟซที่ง่ายต่อการเข้าใจและใช้งาน ไม่ต้องใช้เวลานานในการเรียนรู้เลย
ฟีเจอร์ที่โดดเด่นคือการที่คุณสามารถตัดส่วนที่คุณชื่นชอบจากเพลงเพื่อใช้เป็นริงโทนได้ โดยสามารถปรับความยาวของเสียงได้ตามต้องการ ไม่ว่าจะเป็น 30 วินาทีหรือแค่ 10 วินาทีก็ทำได้ และยังสามารถเพิ่มเอฟเฟกต์เสียงได้อีกด้วย
ประสบการณ์การใช้งาน
ตอนที่ลองใช้งานแอปนี้ครั้งแรก ผมรู้สึกตื่นเต้นมาก เพราะนอกจากจะสามารถตัดเพลงได้แล้ว ยังสามารถบันทึกเสียงของตัวเองเพื่อทำเป็นริงโทนได้ด้วย! ผมลองบันทึกเสียงตัวเองพูด "รับสายสิครับ" แล้วนำมาตัดต่อกับเสียงเพลง ทำให้เสียงเรียกเข้าของผมไม่เหมือนใครเลย
การตัดต่อทำได้อย่างราบรื่น ไม่มีปัญหาเรื่องเสียงกระตุกหรือดีเลย์ และสามารถบันทึกไฟล์ที่ตัดต่อเสร็จแล้วในหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น MP3 หรือ M4A
ข้อสังเกต
แม้ว่าแอปนี้จะมีฟีเจอร์ที่ยอดเยี่ยม แต่ก็ยังมีบางจุดที่ควรปรับปรุง เช่น การโฆษณาที่ปรากฏบ่อยครั้งในเวอร์ชั่นฟรี ซึ่งอาจทำให้การใช้งานขาดความต่อเนื่อง แต่ถ้าคุณอัพเกรดเป็นเวอร์ชั่นพรีเมียมก็จะไม่มีปัญหานี้
อีกหนึ่งข้อสังเกตคือ การต้องการพื้นที่ว่างในเครื่องพอสมควรสำหรับการบันทึกไฟล์ริงโทนใหญ่ ๆ ดังนั้นควรตรวจสอบพื้นที่ว่างในโทรศัพท์ของคุณก่อนที่จะเริ่มใช้งาน
โดยรวมแล้ว แอป "ตัดเพลงเสียงเรียกเข้า,ทำริงโทน" เป็นเครื่องมือที่ยอดเยี่ยมสำหรับคนที่ต้องการสร้างเสียงเรียกเข้าที่เป็นเอกลักษณ์ด้วยตัวเอง ด้วยฟีเจอร์ที่ครบครันและการใช้งานที่ไม่ซับซ้อน รับรองว่าแอปนี้จะทำให้คุณหลงรักในการสร้างสรรค์เสียงเรียกเข้าแน่นอน!
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ตัดเพลงเสียงเรียกเข้า,ทำริงโทน
ตัดเพลงเสียงเรียกเข้าคืออะไรและทำงานอย่างไร?
ตัดเพลงเสียงเรียกเข้าคือแอปพลิเคชันที่ช่วยให้คุณสามารถตัดหรือแก้ไขเพลงเพื่อสร้างเสียงเรียกเข้าที่ไม่ซ้ำใครสำหรับโทรศัพท์ของคุณ แอปนี้มีเครื่องมือที่ใช้งานง่ายที่ให้คุณเลือกส่วนที่ต้องการของเพลงและตัดออกมาเป็นริงโทนที่คุณต้องการได้อย่างง่ายดาย
แอปพลิเคชันนี้รองรับไฟล์เสียงประเภทใดบ้าง?
แอปตัดเพลงเสียงเรียกเข้ามักรองรับไฟล์เสียงหลากหลายประเภทเช่น MP3, WAV, AAC และอื่น ๆ อีกมากมาย คุณสามารถนำเข้าไฟล์เสียงจากคลังเพลงของคุณหรือบันทึกเสียงใหม่ผ่านแอปได้ ทำให้คุณมีความยืดหยุ่นในการสร้างริงโทนที่ไม่ซ้ำใคร
สามารถแชร์ริงโทนที่สร้างขึ้นผ่านช่องทางใดได้บ้าง?
หลังจากที่คุณสร้างริงโทน คุณสามารถแชร์ผลงานของคุณผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น โซเชียลมีเดีย อีเมล์ หรือบลูทูธ ขึ้นอยู่กับแอปพลิเคชันที่คุณใช้เพื่อให้คุณสามารถแบ่งปันเสียงเรียกเข้าที่คุณสร้างให้กับเพื่อนหรือครอบครัวได้อย่างง่ายดาย
มีค่าใช้จ่ายในการใช้แอปพลิเคชันหรือไม่?
แอปตัดเพลงเสียงเรียกเข้าบางแอปอาจมีการให้บริการฟรีโดยมีโฆษณาในแอป หรืออาจมีรุ่นพรีเมียมที่ต้องชำระเงินเพื่อปลดล็อกฟีเจอร์เพิ่มเติม เช่น การตัดโฆษณาและการเข้าถึงเอฟเฟ็กต์เสียงพิเศษ ควรตรวจสอบรายละเอียดในหน้าดาวน์โหลดก่อนติดตั้ง
ความเป็นส่วนตัวของข้อมูลในแอปนี้เป็นอย่างไร?
แอปตัดเพลงเสียงเรียกเข้ามักจะร้องขอการเข้าถึงคลังเพลงและไฟล์เสียงในอุปกรณ์ของคุณ ควรอ่านนโยบายความเป็นส่วนตัวของแอปเพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลของคุณจะไม่ถูกใช้ในทางที่ไม่เหมาะสม แอปจำนวนมากให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้แต่ควรตรวจสอบให้แน่ใจก่อนใช้งาน

ตัดเพลงเสียงเรียกเข้า,ทำริงโทน
เพลงและเสียงอ่านรีวิวนี้ในภาษาอื่น
MP3 Cutter and Ringtone Maker EN着信音編集 & mp3編集 JA음악 편집기 - 벨소리메이커丨MP3 커터丨벨소리편집기 KOMusik schneiden & Klingeltöne DECouper musique mp3 & sonnerie FREditor de Audios: cortar audio ESTagliare musica, mp3 cutter ITقص الاغاني - برنامج قص الاغاني ARऑडियो कटर, mp3 कटर, mp3 cutter HIMP3 Snijder - muziek editen NL

















