AppcracyAppcracy
Parental control Kroha

Parental control Kroha

รีวิว 4.4หมวดหมู่ การเลี้ยงลูกยอดดาวน์โหลด1.00M

โฆษณา

ภาพหน้าจอ

Parental control Kroha screenshot
Parental control Kroha screenshot
Parental control Kroha screenshot
Parental control Kroha screenshot
Parental control Kroha screenshot
Parental control Kroha screenshot
Parental control Kroha screenshot
Parental control Kroha screenshot

ดาวน์โหลด

ดาวน์โหลดบนGoogle Playดาวน์โหลดบนApp Storeดาวน์โหลดไฟล์ APK

ข้อดี

  • ช่วยจำกัดเวลาใช้งานอุปกรณ์ของเด็ก
  • มีระบบบล็อกแอปหรือเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสม
  • สามารถติดตามตำแหน่งของเด็กได้แบบเรียลไทม์
  • มีรายงานกิจกรรมการใช้งานของเด็กละเอียด
  • ตั้งค่าใช้งานง่ายและมีอินเทอร์เฟซที่เป็นมิตร

ข้อเสีย

  • บางฟีเจอร์อาจต้องจ่ายเงินเพิ่มเพื่อใช้งาน
  • การติดตามตำแหน่งอาจไม่แม่นยำในบางพื้นที่
  • อาจทำให้แบตเตอรี่ของอุปกรณ์หมดเร็วขึ้น
  • เด็กที่มีความรู้ทางเทคนิคอาจหาทางเลี่ยงระบบได้
  • ต้องการการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตในการทำงานเต็มที่
โฆษณา

วิเคราะห์โดย Appcracy

ตอนที่ฉันมองหาเครื่องมือช่วยจัดระเบียบการใช้มือถือของเด็ก ฉันไม่ได้อยากให้ทุกอย่างกลายเป็นการเฝ้าดูหรือการห้ามแบบเด็ดขาด สิ่งที่ต้องการจริง ๆ คือขอบเขตที่คุยกันได้ และวิธีลดการใช้หน้าจอในช่วงที่ควรพักผ่อน Parental control Kroha เป็นแอปด้านการเลี้ยงลูกที่ออกแบบมาเพื่อช่วยผู้ปกครองดูแลการใช้โทรศัพท์ของลูก ทั้งเรื่องเวลา แอป และการควบคุมที่เกี่ยวข้อง ฉันมองว่าประโยชน์ของมันอยู่ที่การช่วยให้พ่อแม่ตั้งกติกาได้เป็นรูปธรรม มากกว่าจะใช้แทนการพูดคุยในครอบครัว

การตั้งขอบเขตให้เข้ากับชีวิตประจำวัน

ก่อนเปิดใช้เครื่องมือควบคุมใด ๆ ฉันแนะนำให้เริ่มจากคำถามง่าย ๆ ว่าอะไรคือปัญหาที่บ้านกำลังเจอ เช่น ลูกเล่นมือถือจนดึก เปิดแอประหว่างทำการบ้าน หรือมีเวลาใช้งานที่ยืดออกไปเรื่อย ๆ การระบุปัญหาให้ชัดช่วยให้เลือกตั้งกติกาเท่าที่จำเป็น แทนที่จะเปิดการควบคุมทุกอย่างพร้อมกันโดยยังไม่รู้ว่าครอบครัวต้องการอะไร

แอปนี้เหมาะกับผู้ปกครองที่ต้องการตัวช่วยจัดการเวลาใช้หน้าจอและการเข้าถึงแอปในภาพรวม โดยเฉพาะบ้านที่กำลังเปลี่ยนจากการเตือนด้วยวาจาเป็นกิจวัตรที่คาดเดาได้ หากเด็กยังเล็ก การตั้งช่วงเวลาพักจากหน้าจออาจเป็นจุดเริ่มต้นที่เข้าใจง่ายกว่า ส่วนบ้านที่มีเด็กโตควรชวนลูกคุยก่อนว่าเหตุใดจึงตั้งขอบเขต และจะทบทวนกติกาเมื่อใด การควบคุมที่ใช้ได้จริงควรทำให้ความคาดหวังชัดเจน ไม่ใช่สร้างความรู้สึกว่ามีคนคอยจับผิดทุกนาที

ตั้งเวลาโดยไม่เปลี่ยนบ้านให้เป็นสนามต่อรอง

จุดเด่นที่ฉันเห็นจากแนวทางของ Kroha คือการใช้การจำกัดเวลาเป็นเครื่องมือวางกิจวัตร เช่น กำหนดให้ช่วงก่อนนอนเป็นเวลาวางมือถือ หรือแยกเวลาทำการบ้านออกจากเวลาเล่น การตั้งกติกาล่วงหน้าช่วยลดการเตือนซ้ำ ๆ และทำให้เด็กเห็นว่าขอบเขตไม่ได้เกิดขึ้นเพราะผู้ปกครองอารมณ์เสียในวันนั้น แต่เป็นข้อตกลงที่ใช้สม่ำเสมอ

ลองนึกถึงเย็นวันธรรมดาวันหนึ่ง: ลูกกลับจากโรงเรียน วางกระเป๋าแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่น ขณะที่ยังมีงานที่ต้องทำ หากครอบครัวตกลงกันไว้ก่อนว่าเวลาเล่นจะเริ่มหลังทำงานเสร็จ ผู้ปกครองก็มีหลักยึดในการเตือนโดยไม่ต้องเถียงเรื่องเดิมทุกวัน ฉันจะเริ่มจากกติกาเพียงหนึ่งหรือสองข้อ แล้วดูว่าทำได้จริงไหม หากตั้งข้อจำกัดมากเกินไปตั้งแต่แรก เด็กอาจรู้สึกว่าถูกตัดอิสระ ส่วนผู้ปกครองก็ต้องคอยแก้การตั้งค่าจนกลายเป็นภาระ

โฆษณา

เคล็ดลับที่ช่วยให้ระบบแบบนี้เป็นธรรมคือแยกสถานการณ์ปกติออกจากข้อยกเว้น เช่น วันที่มีงานกลุ่มหรือกิจกรรมของโรงเรียนอาจต้องใช้โทรศัพท์นานกว่าปกติ การกำหนดวิธีขอเวลาเพิ่มหรือปรับกติกาให้ชัดก่อนเกิดเหตุจะดีกว่าการยกเลิกข้อจำกัดแบบฉุกเฉินทุกครั้ง วิธีนี้ทำให้เครื่องมือช่วยรักษาข้อตกลง แทนที่จะกลายเป็นต้นเหตุของการโต้เถียงเรื่องการควบคุม

ความเร็ว ความต่อเนื่อง และจังหวะที่ควรตรวจสอบ

สำหรับแอปควบคุมโดยผู้ปกครอง ความเร็วที่รู้สึกได้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเปิดหน้าจออย่างเดียว แต่รวมถึงความชัดเจนของการตั้งค่าและการที่สมาชิกในบ้านเข้าใจตรงกันด้วย ฉันจึงไม่มองการแจ้งเตือนหรือการควบคุมว่าเป็นสิ่งที่ควรใช้แทนการตรวจสอบด้วยตัวเองทั้งหมด หากมีเหตุการณ์สำคัญ ควรเปิดดูสถานะในแอปและพูดคุยกับลูกโดยตรง แทนการสรุปจากการแจ้งเตือนเพียงครั้งเดียว

เรื่องที่น่าอ่านต่อ

ในวันที่ใช้งานหนัก เช่น เด็กมีตารางเรียนเปลี่ยน มีการบ้านออนไลน์ และต้องติดต่อผู้ปกครอง การตั้งข้อจำกัดแบบเดียวตลอดทั้งวันอาจไม่เหมาะ ฉันจะคิดเป็นช่วงเวลาและจุดประสงค์มากกว่า เช่น เวลาที่ต้องมีสมาธิ เวลาพัก และช่วงที่จำเป็นต้องติดต่อกัน การจัดกติกาเช่นนี้ช่วยลดความขัดแย้งระหว่างการพักจากหน้าจอกับการใช้โทรศัพท์เพื่อเรื่องที่จำเป็น ทั้งยังทำให้เห็นได้ง่ายขึ้นว่าข้อจำกัดข้อไหนมีประโยชน์จริงและข้อไหนควรปรับ

อีกเรื่องที่ควรวางแผนคือการรับมือเมื่อการควบคุมไม่เป็นไปตามที่คาด เช่น มีการเปลี่ยนตารางหรือเด็กต้องใช้มือถือในสถานการณ์ที่ไม่ปกติ ผู้ปกครองควรรู้วิธีทบทวนการตั้งค่าและมีข้อตกลงสำรองกับลูกไว้ ไม่ควรปล่อยให้การหยุดทำงานหรือความเข้าใจผิดกลายเป็นเหตุให้เด็กพลาดการติดต่อที่จำเป็น ความน่าเชื่อถือของเครื่องมือจึงไม่ได้หมายถึงเปิดใช้แล้วไม่ต้องสนใจ แต่หมายถึงครอบครัวมีวิธีตรวจสอบและแก้ปัญหาอย่างสงบ

ข้อมูลส่วนตัวและการใช้ด้วยความไว้วางใจ

การควบคุมโทรศัพท์ของเด็กเกี่ยวข้องกับความเป็นส่วนตัวโดยตรง ต่อให้ผู้ปกครองมีเหตุผลที่ดี เด็กก็ยังควรรู้ว่ามีการใช้เครื่องมืออะไรและควบคุมเรื่องใด ฉันไม่แนะนำให้ติดตั้งแบบลับ ๆ เพราะการพบภายหลังอาจทำลายความไว้ใจมากกว่าช่วยสร้างความปลอดภัย ควรบอกให้เข้าใจง่ายว่าเป้าหมายคือการจัดเวลาและดูแลความเหมาะสม ไม่ใช่สอดส่องทุกบทสนทนา

โฆษณา

แอปนี้พัฒนาโดย Parental Control Kroha และมีค่าเฉลี่ย 4.4 จากคะแนนราว 27,000 รายการ พร้อมยอดติดตั้งมากกว่าหนึ่งล้านครั้ง ตัวเลขเหล่านี้บอกได้ว่ามีผู้ใช้จำนวนมาก แต่ไม่ได้แปลว่าการตั้งค่าจะเหมาะกับทุกบ้าน ฉันมองคะแนนเป็นเพียงบริบทประกอบการตัดสินใจ สิ่งที่สำคัญกว่าคือผู้ปกครองต้องการแก้ปัญหาแบบไหน และเด็กในบ้านพร้อมรับกติกานั้นหรือไม่

เรื่องความปลอดภัยของข้อมูล ฉันจะพิจารณาอย่างรอบคอบก่อนใช้แอปประเภทนี้ โดยอ่านรายละเอียดการจัดการข้อมูลและเลือกควบคุมเท่าที่จำเป็น ข้อมูลเกี่ยวกับการใช้มือถือของเด็กเป็นเรื่องละเอียดอ่อน จึงควรหลีกเลี่ยงการเก็บหรือแชร์ข้อมูลเกินกว่าจุดประสงค์ของครอบครัว การวางขอบเขตเรื่องข้อมูลตั้งแต่ต้นยังช่วยตอบคำถามของเด็กได้ตรงไปตรงมา และทำให้การใช้เครื่องมือไม่กลายเป็นการเฝ้าระวังที่ไม่มีเหตุผล

ข้อจำกัดของอุปกรณ์และค่าใช้จ่ายที่ควรรู้

Kroha ใช้ได้กับอุปกรณ์ที่มีระบบปฏิบัติการตั้งแต่เวอร์ชัน 7.0 และรุ่นปัจจุบันคือ 3.14.1 ก่อนเริ่มใช้งาน ฉันจะตรวจสอบระบบของโทรศัพท์ที่จะใช้ควบคุมและเครื่องของลูกให้เรียบร้อย เพราะแอปควบคุมจะมีประโยชน์ก็ต่อเมื่ออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องรองรับและตั้งค่าได้สอดคล้องกัน หากบ้านมีอุปกรณ์หลายเครื่อง ควรทดลองกับเครื่องที่ใช้จริงก่อนนำกติกาไปใช้กับทุกเครื่อง

ตัวแอปดาวน์โหลดได้ฟรี แต่มีการซื้อภายในแอป โดยรายการซื้ออยู่ในช่วงประมาณ 42 ถึง 750 บาท ฉันจึงแนะนำให้เริ่มจากการดูว่าการใช้งานพื้นฐานตอบโจทย์หรือไม่ ก่อนตัดสินใจจ่ายเงินเพิ่ม และควรให้ผู้ปกครองเป็นคนตรวจสอบหน้ารายละเอียดการซื้อให้เข้าใจชัดเจน การมีค่าใช้จ่ายในแอปทำให้ไม่ควรคิดว่าเครื่องมือทุกอย่างจะไม่มีค่าใช้จ่าย เพียงเพราะติดตั้งได้ฟรีตั้งแต่แรก

แอปจัดอยู่ในประเภทที่เหมาะกับผู้ใช้ตั้งแต่อายุ 3 ปีขึ้นไปตามการจัดระดับเนื้อหา แต่การจัดระดับนี้ไม่ใช่คำแนะนำว่าเด็กทุกวัยควรใช้โทรศัพท์โดยไม่มีผู้ใหญ่ดูแล สำหรับเด็กเล็ก การตั้งค่าควรอยู่ในมือผู้ปกครองและอธิบายตามวัย ส่วนเด็กโตควรมีส่วนร่วมกำหนดกติกา ความเหมาะสมจึงขึ้นกับวุฒิภาวะและวิธีใช้ในบ้าน ไม่ใช่ตัวเลขอายุเพียงอย่างเดียว

โฆษณา

ทางเลือกอื่นและบ้านแบบไหนที่อาจเหมาะกว่า

เมื่อเทียบกับการใช้ตัวจับเวลาของเครื่องหรือกติกาที่ผู้ปกครองตกลงกันเอง แอปควบคุมเฉพาะทางอย่าง Kroha น่าสนใจตรงที่รวมการดูแลหลายด้านไว้ในแนวทางเดียว แต่ก็เพิ่มขั้นตอนการตั้งค่าและทำให้ต้องพูดคุยเรื่องความเป็นส่วนตัวมากขึ้น หากโจทย์มีเพียงลดเวลาหน้าจอเล็กน้อย เครื่องมือพื้นฐานที่มีอยู่ในอุปกรณ์อาจเพียงพอและเรียบง่ายกว่า ส่วนครอบครัวที่ต้องการแนวทางเฉพาะของระบบโทรศัพท์ที่ใช้อยู่ อาจเลือกใช้เครื่องมือควบคุมที่ติดมากับระบบนั้นแทนได้

ในทางกลับกัน หากผู้ปกครองต้องการกติกาหลายด้านและอยากจัดระเบียบการใช้มือถือให้เป็นกิจวัตร แอปนี้อาจสะดวกกว่าการจำกัดด้วยคำพูดอย่างเดียว อย่างไรก็ตาม ไม่มีแอปใดทำให้เด็กเข้าใจเหตุผลของกติกาได้แทนพ่อแม่ และไม่มีการตั้งค่าใดเหมาะกับทุกวัยโดยอัตโนมัติ จุดแลกเปลี่ยนสำคัญคือความสะดวกในการกำกับดูแลกับเวลาที่ต้องใช้ตั้งค่า อธิบาย และทบทวนข้อตกลงร่วมกัน

ฉันคิดว่าควรข้ามแอปประเภทนี้ หากต้องการสอดส่องลูกโดยไม่บอก หรือคาดหวังให้เครื่องมือแก้ปัญหาความขัดแย้งในบ้านแทนการสื่อสาร หากความกังวลหลักคือเด็กใช้หน้าจอมากเกินไปเพียงเล็กน้อย การกำหนดเวลาพักร่วมกันและทำกิจกรรมอื่นอาจเป็นจุดเริ่มต้นที่นุ่มนวลกว่า แต่ถ้ามีปัญหาซ้ำ ๆ จนการเตือนด้วยวาจาไม่ช่วย การใช้ Kroha เป็นกรอบสนับสนุนข้อตกลงก็มีเหตุผล

สิ่งที่ควรทดลองก่อนใช้เป็นกติกาประจำบ้าน

ฉันจะเริ่มจากการเลือกเป้าหมายเดียว เช่น ลดการเล่นก่อนนอน แล้วทดลองใช้กติกานั้นในชีวิตจริงสักระยะ โดยสังเกตทั้งพฤติกรรมของเด็กและภาระที่เพิ่มขึ้นกับผู้ปกครอง หากต้องแก้ค่าบ่อยจนยุ่งยาก แปลว่ากติกาอาจละเอียดเกินไป หากเด็กเข้าใจและทำตามได้ง่าย ค่อยพิจารณาเพิ่มขอบเขตอื่น วิธีนี้ช่วยให้ครอบครัวแยกได้ว่าปัญหาอยู่ที่การตั้งค่า ความคาดหวัง หรือกิจวัตรของบ้านเอง

ควรถามตัวเองด้วยว่าเมื่อโทรศัพท์ถูกจำกัดแล้ว เด็กจะทำอะไรต่อ หากไม่มีทางเลือกอื่น การหยุดใช้มือถืออาจกลายเป็นการต่อรองยืดเยื้อ ฉันชอบเตรียมกิจกรรมแทนไว้ล่วงหน้า เช่น เวลาทำการบ้าน เวลาพัก หรือกิจกรรมร่วมกันในบ้าน โดยไม่ต้องทำให้ทุกช่วงเวลามีกฎเต็มไปหมด การควบคุมที่ดีสำหรับฉันคือช่วยให้เด็กค่อย ๆ ฝึกจัดการเวลา ไม่ใช่แค่ทำให้หน้าจอหยุดทำงานตามคำสั่ง

หากมีผู้ดูแลหลายคนในครอบครัว ควรตกลงให้ตรงกันว่าใครเป็นผู้ปรับกติกาและจะสื่อสารข้อยกเว้นอย่างไร มิฉะนั้นเด็กอาจได้รับคำตอบไม่เหมือนกันจากผู้ใหญ่แต่ละคน ขั้นตอนเล็ก ๆ นี้ช่วยลดความสับสนได้มาก และยังป้องกันไม่ให้ผู้ปกครองคนหนึ่งเพิ่มข้อจำกัดโดยที่อีกคนไม่รู้ การมีแนวทางเดียวกันสำคัญพอ ๆ กับการเลือกแอป เพราะการควบคุมที่เปลี่ยนไปมาตลอดจะทำให้เด็กไม่เข้าใจว่าข้อตกลงจริง ๆ คืออะไร

สำหรับคำถามว่าแอปจะทำงานเร็วหรือใช้ทรัพยากรมากแค่ไหน ฉันไม่อยากสรุปเกินกว่าประสบการณ์ที่แต่ละครอบครัวจะตรวจสอบได้จริง โทรศัพท์แต่ละรุ่นและการตั้งค่าต่างกัน วิธีที่รอบคอบคือเริ่มใช้กับกติกาจำนวนน้อย สังเกตการตอบสนองของอุปกรณ์และความสะดวกในการจัดการ แล้วค่อยเพิ่มความซับซ้อน หากพบว่าประสบการณ์ไม่ลื่นไหลหรือจัดการยาก ให้ทบทวนการตั้งค่าก่อนสรุปว่าแอปเหมาะหรือไม่

ความเห็นหลังพิจารณาการใช้งานจริง

Parental control Kroha เป็นตัวเลือกที่น่าพิจารณาสำหรับผู้ปกครองที่อยากสร้างกิจวัตรการใช้มือถือให้ชัด โดยเฉพาะเมื่อปัญหาหลักคือเวลาอยู่หน้าจอและการรักษาขอบเขตในแต่ละวัน จุดที่ฉันให้ความสำคัญไม่ใช่การมีเครื่องมือควบคุมมากที่สุด แต่เป็นการเลือกใช้เท่าที่จำเป็น ตั้งค่าให้เหมาะกับเด็ก และพูดคุยอย่างเปิดเผยควบคู่กันไป

หากต้องการเพียงการเตือนเป็นครั้งคราว วิธีพื้นฐานในโทรศัพท์หรือข้อตกลงในบ้านอาจประหยัดแรงกว่า แต่หากกำลังมองหาตัวช่วยที่ทำให้กติกาต่อเนื่องขึ้น Kroha ก็เป็นแอปฟรีที่ลองประเมินได้ โดยมีการซื้อภายในแอปและต้องตรวจสอบความเข้ากันได้ของอุปกรณ์ก่อน ฉันจะแนะนำให้เริ่มจากเป้าหมายเล็ก ๆ และทบทวนร่วมกับลูกเป็นระยะ มากกว่าคาดหวังว่าแอปจะจัดการทุกอย่างแทนครอบครัวได้

ถ้าคุณเป็นพ่อแม่ที่กำลังมองหาวิธีการควบคุมการใช้สมาร์ทโฟนของลูก ๆ แล้วละก็ แอปพลิเคชัน Kroha เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมาก ๆ ครับ ผมได้ลองใช้แอปนี้มาสักพักหนึ่งและรู้สึกประทับใจในหลาย ๆ ด้าน ต้องบอกเลยว่ามันช่วยให้การเลี้ยงลูกในยุคดิจิทัลนี้ง่ายขึ้นเยอะ

ฟีเจอร์ที่ทำให้คุณต้องลอง

สิ่งที่ทำให้ Kroha โดดเด่นคือฟีเจอร์การควบคุมที่หลากหลาย ตั้งแต่การจำกัดเวลาการใช้งานแอปไปจนถึงการติดตามตำแหน่งของลูก แน่นอนว่าทุกฟีเจอร์สามารถปรับแต่งได้ตามความต้องการของแต่ละครอบครัว

หนึ่งในฟีเจอร์ที่ผมชอบมากคือการตั้งเวลาใช้แอป นี่คือสิ่งที่ทำให้คุณมั่นใจได้ว่าลูก ๆ จะไม่ใช้สมาร์ทโฟนมากเกินไปในช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสม โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนกลางคืนที่ควรเป็นเวลาพักผ่อน

ความปลอดภัยในการใช้งาน

Kroha ยังให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลเป็นอย่างมาก ทุกข้อมูลที่ถูกเก็บรวบรวมจะถูกเข้ารหัสและเก็บรักษาอย่างปลอดภัย นี่เป็นสิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกมั่นใจในการใช้งานแอปนี้

ประสบการณ์ผู้ใช้ที่ดีเยี่ยม

ในส่วนของประสบการณ์ในการใช้งาน ผมพบว่า Kroha มีอินเตอร์เฟซที่ใช้งานง่ายและไม่ซับซ้อน การตั้งค่าต่าง ๆ สามารถทำได้โดยไม่ต้องมีความรู้ทางเทคนิคมากมาย ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ปกครองที่อาจไม่เชี่ยวชาญเรื่องเทคโนโลยี

นอกจากนี้ Kroha ยังมีระบบแจ้งเตือนที่ทำงานได้ดี ช่วยให้คุณได้รับข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการใช้งานสมาร์ทโฟนของลูกในเวลาจริง ทำให้คุณสามารถตอบสนองต่อสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที

สรุปแล้ว Kroha เป็นแอปพลิเคชันที่ผมอยากแนะนำให้กับทุกครอบครัวที่ต้องการควบคุมการใช้สมาร์ทโฟนของลูก ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ คุณจะได้สัมผัสกับความสะดวกสบายและความมั่นใจในเรื่องความปลอดภัยที่แอปนี้มอบให้ มันคือการลงทุนที่คุ้มค่าเพื่อความสบายใจของคุณในยุคดิจิทัลนี้ครับ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Parental control Kroha


Kroha คืออะไรและทำงานอย่างไร?

Kroha เป็นแอพพลิเคชั่นควบคุมการใช้งานอุปกรณ์สำหรับผู้ปกครอง ซึ่งช่วยให้ผู้ปกครองสามารถติดตามและควบคุมการใช้งานของเด็กได้อย่างมีประสิทธิภาพ แอพนี้สามารถจำกัดเวลาการใช้งานแอพอื่น ๆ บล็อกเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสม และดูประวัติการใช้งานอุปกรณ์ได้อย่างละเอียด ทำให้ผู้ปกครองมั่นใจในความปลอดภัยของเด็ก ๆ ขณะใช้อุปกรณ์ดิจิตอล


Kroha สามารถใช้ได้บนแพลตฟอร์มใดบ้าง?

Kroha รองรับทั้งระบบปฏิบัติการ Android และ iOS ผู้ใช้สามารถดาวน์โหลดและติดตั้งแอพจาก Google Play Store หรือ Apple App Store ได้โดยตรง นอกจากนี้ Kroha ยังมีเวอร์ชันสำหรับใช้บนคอมพิวเตอร์เพื่อให้ผู้ปกครองสามารถใช้งานผ่านเว็บเบราว์เซอร์ได้อีกด้วย


มีค่าใช้จ่ายในการใช้ Kroha หรือไม่?

แม้ว่า Kroha จะมีฟังก์ชั่นพื้นฐานฟรีให้ใช้งาน แต่ก็มีแพ็คเกจพรีเมียมที่มีฟีเจอร์เพิ่มเติม เช่น การรายงานการใช้งานเชิงลึก หรือการสนับสนุนลูกค้าอย่างรวดเร็ว โดยการสมัครรับข้อมูลแบบพรีเมียมจะมีค่าใช้จ่าย ผู้ใช้สามารถเลือกแพ็คเกจที่ตรงกับความต้องการและงบประมาณของตนเองได้


Kroha มีฟีเจอร์ใดบ้างที่จะช่วยปกป้องเด็กจากเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม?

Kroha มีฟีเจอร์ที่ช่วยบล็อกเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่นที่มีเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม นอกจากนี้ยังสามารถตั้งค่าการควบคุมการใช้งานอินเทอร์เน็ตและแอพได้ตามต้องการ เพื่อให้แน่ใจว่าเด็ก ๆ จะไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลหรือเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมในขณะที่ใช้งานอุปกรณ์ต่าง ๆ


จะเริ่มต้นใช้งาน Kroha ได้อย่างไร?

การเริ่มต้นใช้งาน Kroha ง่ายดายมาก เพียงดาวน์โหลดแอพและติดตั้งลงบนอุปกรณ์ที่ต้องการ จากนั้นทำการสมัครสมาชิกและตั้งค่าบัญชีผู้ใช้งานผู้ปกครอง จากนั้นสามารถเพิ่มอุปกรณ์ของเด็ก ๆ และเริ่มตั้งค่าการควบคุมต่าง ๆ ตามความต้องการได้ทันที แอพมีคู่มือการใช้งานที่ช่วยแนะนำขั้นตอนอย่างละเอียด

โฆษณา

อ่านรีวิวนี้ในภาษาอื่น

Parental Control - Kroha ENペアレンタルコントロール Kroha-スクリーンタイム JAKroha-자녀보호기능, 자녀 스마트폰 관리, 위치추적 KOKindersicherung App - Kroha DEContrôle Parental - Kroha FRControlo Parental - Kroha PTControl Parental - Kroha ESControllo Genitori - Kroha ITالرقابة الابوية Kroha ARअभिभावकीय नियंत्रण Kroha HIOuderlijk toezicht Kroha NL

เว็บไซต์นี้ให้ข้อมูลอิสระเกี่ยวกับแอปของบุคคลที่สาม เราไม่ได้เป็นเจ้าของ พัฒนา หรือเผยแพร่แอปเหล่านั้น ชื่อ โลโก้ และเครื่องหมายการค้าเป็นของเจ้าของแต่ละราย รายละเอียดผู้พัฒนามีไว้เพื่อใช้อ้างอิงเท่านั้น หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม โปรดติดต่อผู้พัฒนาที่ support@parental-control.net ไปที่ https://parental-control.net หรือดู https://parental-control.net/privacy-policy.html?lang=en

แอปที่ทำงานแบบเดียวกัน