AppcracyAppcracy
Google Classroom

Google Classroom

รีวิว 3.3หมวดหมู่ การศึกษายอดดาวน์โหลด100.00M

โฆษณา

ภาพหน้าจอ

Google Classroom screenshot
Google Classroom screenshot
Google Classroom screenshot
Google Classroom screenshot
Google Classroom screenshot
Google Classroom screenshot
Google Classroom screenshot

ดาวน์โหลด

ดาวน์โหลดบนGoogle Playดาวน์โหลดบนApp Storeดาวน์โหลดไฟล์ APK

ข้อดี

  • ใช้งานง่ายและมีอินเทอร์เฟซที่ชัดเจน
  • รองรับการเรียนรู้ระยะไกลได้ดี
  • สามารถรวมเข้ากับแอป Google อื่นๆ ได้
  • มีฟีเจอร์การส่งงานและตรวจงานที่สะดวก
  • ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการใช้งาน

ข้อเสีย

  • ต้องมีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตตลอดเวลา
  • ฟีเจอร์บางอย่างยังมีข้อจำกัด
  • ความปลอดภัยของข้อมูลยังอยู่ในระดับพื้นฐาน
  • ไม่มีการแจ้งเตือนแบบเรียลไทม์
  • การสนับสนุนลูกค้าค่อนข้างจำกัด
โฆษณา

วิเคราะห์โดย Appcracy

เคยมั้ยที่ต้องการเครื่องมือในการจัดการชั้นเรียนที่ทำให้ชีวิตทั้งครูและนักเรียนง่ายขึ้น? ถ้าคุณเป็นครูหรือผู้ปกครองที่ต้องรับมือกับการเรียนการสอนออนไลน์ล่ะก็ Google Classroom น่าจะเป็นเพื่อนคู่คิดที่ดีเลยล่ะค่ะ!

จากมุมของฉัน จุดแข็งของแอปนี้ไม่ใช่การทำให้การเรียนกลายเป็นเรื่องอัตโนมัติ แต่คือการรวบงาน ประกาศ และบทสนทนาที่เกี่ยวกับชั้นเรียนไว้ในพื้นที่เดียว ผู้เรียนจึงมีที่ให้กลับไปตรวจสอบว่าได้รับมอบหมายอะไร ส่วนครูก็ไม่ต้องไล่หาข้อมูลจากหลายช่องทางตลอดเวลา อย่างไรก็ตาม ความเรียบร้อยจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อทั้งชั้นเรียนใช้พื้นที่นี้เป็นหลักและจัดงานอย่างสม่ำเสมอ

เครื่องมือจัดชั้นเรียนที่ใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน

Google Classroom เป็นแอปเพื่อการศึกษาจาก Google LLC ที่มุ่งช่วยให้ครูและนักเรียนทำงานร่วมกันผ่านชั้นเรียนออนไลน์ ตัวแอปเปิดให้ใช้งานฟรี และมีผู้ติดตั้งมากกว่า 100 ล้านครั้ง ค่าเฉลี่ยจากผู้ให้คะแนนราว 2.1 ล้านคนอยู่ที่ 3.3 จาก 5 คะแนน ส่วนคะแนนเฉลี่ยนี้บอกได้เพียงภาพรวม ไม่ได้แทนประสบการณ์ของทุกโรงเรียน เพราะการใช้งานจริงขึ้นอยู่กับวิธีจัดชั้นเรียนและเครื่องมือที่ครูเลือกใช้ด้วย

คู่มือและเรื่องราวเกี่ยวกับ Google Classroom

แอปนี้เหมาะกับครูที่ต้องการจัดงานและสื่อสารกับนักเรียนในที่เดียว รวมถึงนักเรียนที่ต้องการดูสิ่งที่ต้องทำและส่งงานจากอุปกรณ์พกพา ผู้ปกครองอาจเห็นประโยชน์เมื่อช่วยดูแลกิจวัตรการเรียน แต่ควรแยกบทบาทให้ชัด เพราะพื้นที่นี้ออกแบบมาเพื่อการทำงานระหว่างผู้สอนกับผู้เรียน ไม่ใช่ช่องทางสนทนาทั่วไปสำหรับทุกเรื่อง

การจัดงานและไฟล์ให้หาเจอภายหลัง

Google Classroom เป็นแอปที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้การจัดการชั้นเรียนออนไลน์เป็นเรื่องง่าย ไม่ว่าจะเป็นการมอบหมายงาน การติดต่อสื่อสารกับนักเรียน หรือการติดตามผลการเรียน ทุกอย่างสามารถทำได้ในที่เดียว ผ่านอินเทอร์เฟซที่ใช้งานไม่ยากเลยค่ะ

โฆษณา

สิ่งที่ชอบมาก ๆ เกี่ยวกับแอปนี้คือการเชื่อมต่อกับ Google Drive ที่ช่วยให้เราสามารถแชร์เอกสารหรือสื่อต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว แถมยังสามารถจัดการไฟล์ได้ง่ายดาย ไม่ต้องกลัวว่าจะแชร์ผิดหรือทำไฟล์หายอีกด้วย

ในทางปฏิบัติ การแนบไฟล์กับงานที่เกี่ยวข้องช่วยให้ผู้เรียนรู้ว่าเอกสารชิ้นไหนใช้กับกิจกรรมใด แทนการเก็บทุกอย่างไว้ในโฟลเดอร์กองเดียว เคล็ดลับที่ฉันแนะนำคือให้ตั้งชื่อเอกสารและงานให้สื่อถึงหัวข้อหรือจุดประสงค์อย่างชัดเจน แล้วใช้รูปแบบเดิมซ้ำไปเรื่อย ๆ เมื่อมีหลายวิชา หลายสัปดาห์ หรือมีงานแก้ไข การค้นหาจะง่ายกว่าการพึ่งความจำว่าไฟล์ถูกส่งมาเมื่อใด

เรื่องที่น่าอ่านต่อ

อีกข้อควรคิดคือการแชร์ไฟล์ไม่ได้ทำให้ความสับสนหายไปเอง หากครูส่งเอกสารหลายฉบับโดยไม่บอกว่าให้อ่านหรือส่งชิ้นใด นักเรียนก็ยังต้องถามเพิ่มเติม ฉันจึงมองว่าความสะดวกของ Drive จะเห็นผลที่สุดเมื่อแนบไฟล์พร้อมคำชี้แจงสั้น ๆ และตรวจสอบสิทธิ์หรือฉบับของไฟล์ให้ตรงกับงานก่อนเผยแพร่

สำหรับงานกลุ่ม แอปช่วยให้ชั้นเรียนกลับมาดูรายละเอียดงานและเอกสารที่เกี่ยวข้องได้ในบริบทเดียวกัน แต่การแบ่งหน้าที่ การนัดหมาย และการตัดสินใจของสมาชิกยังต้องตกลงกันเอง ถ้างานต้องพึ่งการแก้ไขเอกสารร่วมกันอย่างละเอียด เครื่องมือเอกสารที่สมาชิกคุ้นเคยอาจเหมาะกับการลงมือทำ ส่วน Classroom ทำหน้าที่เป็นจุดจัดการงานและติดตามสิ่งที่ต้องส่งได้ดีกว่า

ประกาศ ความเห็น และข้อเสนอแนะ

การติดต่อสื่อสารระหว่างครูและนักเรียนเป็นสิ่งสำคัญมากในยุคนี้ค่ะ Google Classroom ทำให้การติดต่อสื่อสารสะดวกขึ้นด้วยฟีเจอร์การส่งข้อความหรือประกาศที่รวดเร็ว ไม่ต้องเสียเวลาเปิดแอปอื่น ๆ เพื่อส่งข้อความ ทำให้การสื่อสารระหว่างครูและนักเรียนง่ายขึ้นอีกระดับ

โฆษณา

นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์การแสดงความคิดเห็นในงานที่ส่งมา ทำให้ครูสามารถให้คำแนะนำเพิ่มเติมกับนักเรียนได้ทันที และนักเรียนก็สามารถปรับปรุงงานตามคำแนะนำได้อย่างรวดเร็ว

สิ่งที่ช่วยลดการถามซ้ำได้คือการแยกประกาศที่ใช้กับทุกคนออกจากคำแนะนำเฉพาะงาน และเขียนกำหนดส่งหรือขั้นตอนสำคัญไว้ในจุดที่นักเรียนกลับมาเปิดดูได้ การตอบกลับในบริบทของงานยังช่วยให้คำแนะนำไม่หลุดไปอยู่ในบทสนทนาที่ไม่เกี่ยวกัน อย่างไรก็ดี ครูควรบอกนักเรียนว่าควรตรวจประกาศหรือความคิดเห็นตรงไหน เพราะมีช่องทางอยู่ในแอปไม่ได้แปลว่าทุกคนจะเห็นข้อความสำคัญทันที

ลองนึกถึงวันเรียนที่นักเรียนกลับบ้านแล้วจำไม่ได้ว่าต้องเตรียมเอกสารอะไร หากครูลงประกาศและแนบไฟล์ประกอบไว้ในชั้นเรียน นักเรียนสามารถย้อนดูคำสั่งได้โดยไม่ต้องรอถามเพื่อน ในอีกด้านหนึ่ง หากเรื่องเร่งด่วนต้องการการตอบสนองทันที แอปชั้นเรียนอาจไม่ใช่ช่องทางที่เหมาะที่สุด เพราะผู้ใช้ไม่ได้เปิดดูพร้อมกันตลอดเวลา การตกลงช่องทางฉุกเฉินแยกต่างหากจึงยังมีประโยชน์

เมื่อเทียบกับการใช้กลุ่มแชตทั่วไป Classroom เหมาะกว่าเมื่อข้อความมีความเกี่ยวข้องกับงานและต้องการให้ค้นย้อนหลังได้เป็นระเบียบ แต่กลุ่มแชตมักสะดวกกว่าเมื่อต้องประสานงานสั้น ๆ แบบทันที ส่วนอีเมลยังเหมาะกับการติดต่อที่เป็นทางการหรือมีผู้รับหลายกลุ่ม ฉันไม่คิดว่าต้องเลือกใช้เพียงช่องทางเดียว ควรกำหนดให้ชัดว่าเรื่องประเภทใดควรอยู่ที่ไหน เพื่อลดการประกาศซ้ำและความเสี่ยงที่นักเรียนจะพลาดข้อมูล

ติดตามงานและผลการเรียนอย่างมีบริบท

Google Classroom ยังมีฟีเจอร์ติดตามผลการเรียนที่ทำให้ครูสามารถดูภาพรวมผลการเรียนของนักเรียนแต่ละคนได้อย่างง่ายดาย สามารถดูได้ว่านักเรียนคนไหนยังไม่ได้ส่งงานหรือมีผลการเรียนที่ต้องปรับปรุง

โฆษณา

และที่สำคัญคือแอปนี้ทำให้การประเมินผลการเรียนเป็นเรื่องง่ายขึ้นมาก ไม่ต้องเสียเวลาในการคำนวณคะแนนด้วยตัวเอง เพราะระบบจะจัดการให้ทุกอย่าง

ในมุมการใช้งานจริง รายการงานที่ยังไม่ส่งช่วยให้ครูเห็นว่าควรติดตามใครก่อน แต่ตัวเลขหรือสถานะของงานควรอ่านควบคู่กับสถานการณ์ของผู้เรียนเสมอ งานที่ยังไม่ส่งอาจเกิดจากความเข้าใจผิด การติดขัดทางเทคนิค หรือเหตุผลอื่น การส่งข้อความถามอย่างเป็นส่วนตัวก่อนสรุปว่าเป็นปัญหาด้านความรับผิดชอบมักเป็นวิธีที่รอบคอบกว่า

การใช้ข้อมูลจากงานยังช่วยให้ครูมองเห็นรูปแบบ เช่น นักเรียนหลายคนพลาดคำสั่งเดียวกันหรือส่งงานที่ยังไม่ครบ หากเกิดซ้ำอาจเป็นสัญญาณว่าคำชี้แจงควรชัดขึ้น ไม่ใช่แค่เหตุผลให้เพิ่มการเตือน นี่เป็นประโยชน์ที่มองข้ามได้ง่าย: เครื่องมือจัดงานที่ดีไม่ได้มีไว้ตรวจผู้เรียนอย่างเดียว แต่ช่วยให้ผู้สอนทบทวนวิธีอธิบายและจังหวะการสอนของตัวเองด้วย

เหมาะกับใคร และสถานการณ์ไหนควรเลือกอย่างอื่น

ฉันมองว่าแอปนี้เหมาะเป็นพิเศษกับชั้นเรียนที่มีงานส่งเป็นระยะ ต้องแบ่งปันเอกสาร และมีครูคอยให้ข้อเสนอแนะ นักเรียนที่เรียนหลายวิชาจะได้ประโยชน์จากการแยกพื้นที่ตามชั้นเรียน ส่วนครูที่ต้องการลดการกระจายงานไปตามแชตและไฟล์แนบในอีเมลจะเห็นความต่างชัดเมื่อกำหนดรูปแบบการใช้ร่วมกันตั้งแต่ต้น

แต่ถ้าครูต้องการเพียงวิดีโอคอลสด เครื่องมือประชุมทางวิดีโออาจตรงงานกว่า Classroom เพราะจุดเน้นของแอปนี้คือการจัดชั้นเรียนและงาน ไม่ใช่การแทนทุกเครื่องมือการสอน หากเป็นการคุยอย่างไม่เป็นทางการกับเพื่อน แอปแชตก็อาจคล่องตัวกว่า และถ้าต้องจัดการหลักสูตรที่มีโครงสร้างซับซ้อนหรือระบบงานเฉพาะของสถาบัน ก็ควรดูว่าแพลตฟอร์มที่โรงเรียนใช้อยู่รองรับขั้นตอนเหล่านั้นได้ดีกว่าหรือไม่

ผู้เรียนที่ไม่คุ้นกับระบบชั้นเรียนออนไลน์อาจต้องใช้เวลาทำความเข้าใจว่าประกาศ งาน และข้อเสนอแนะอยู่ตรงไหน ครูเองก็ต้องคอยจัดระเบียบเนื้อหา ไม่เช่นนั้นแอปจะกลายเป็นเพียงพื้นที่ที่มีงานจำนวนมากแต่ตามไม่ทัน อีกข้อจำกัดคือการทำงานร่วมกันขึ้นอยู่กับการเข้าถึงบัญชีและอุปกรณ์ของผู้ใช้แต่ละคน การมีแผนสำรองสำหรับนักเรียนที่เข้าใช้ไม่ได้ช่วยให้การเรียนไม่สะดุดเพราะปัญหาหน้างาน

การเริ่มใช้โดยไม่เพิ่มภาระให้ทั้งชั้นเรียน

ถ้าเป็นครูที่เพิ่งเริ่ม ฉันแนะนำให้เริ่มจากกิจวัตรที่เรียบง่าย เช่น ลงงานด้วยชื่อที่บอกหัวข้อ ระบุสิ่งที่ต้องส่ง และให้เวลาส่งอย่างชัดเจน จากนั้นค่อยเพิ่มเอกสารและข้อเสนอแนะเมื่อทุกคนคุ้นกับวิธีตรวจงานแล้ว การเริ่มด้วยหลายขั้นตอนพร้อมกันอาจทำให้นักเรียนสับสนและทำให้ครูต้องตอบคำถามซ้ำมากกว่าที่ตั้งใจ

ในฐานะนักเรียน วิธีใช้ให้คุ้มคือกำหนดเวลาตรวจชั้นเรียนเป็นกิจวัตร แทนการเปิดดูเฉพาะเมื่อมีการเตือน เมื่อเห็นงานใหม่ ควรอ่านคำสั่งและตรวจไฟล์ที่แนบให้ครบก่อนเริ่มทำ หากส่งงานแล้ว การกลับมาตรวจข้อเสนอแนะภายหลังก็ช่วยให้ไม่พลาดคำแนะนำสำหรับการปรับปรุง งานหนึ่งชิ้นอาจมีทั้งคำสั่งและไฟล์ประกอบ การอ่านเพียงหัวข้อแล้วรีบเริ่มจึงเพิ่มโอกาสทำผิดโจทย์

ในชั้นเรียนที่มีผู้เรียนอายุน้อย ผู้ปกครองอาจช่วยตั้งกิจวัตรตรวจงานและเตรียมอุปกรณ์ได้ แต่ควรให้เด็กค่อย ๆ รับผิดชอบการอ่านคำสั่งและติดตามงานตามวัย การทำแทนทั้งหมดอาจช่วยเฉพาะหน้า แต่ไม่ได้ฝึกให้ผู้เรียนจัดการงานของตัวเอง ส่วนครูควรสื่อสารกับผู้ปกครองผ่านช่องทางที่โรงเรียนกำหนด ไม่ควรคาดหวังว่า Classroom จะทำหน้าที่แทนการประสานงานทุกแบบ

เวอร์ชันปัจจุบันและความต่อเนื่องในการใช้งาน

เวอร์ชันปัจจุบันของแอปคือ 3.47.836427600 และเปิดตัวครั้งแรกเมื่อ 14 มกราคม 2558 การมีประวัติการใช้งานยาวนานทำให้เห็นว่า Classroom ไม่ใช่เครื่องมือที่เพิ่งเกิดขึ้นเพื่อรองรับชั้นเรียนออนไลน์ชั่วคราว แต่ฉันไม่อยากตีความจากหมายเลขเวอร์ชันเพียงอย่างเดียวว่าแต่ละรุ่นเปลี่ยนอะไรบ้าง หากผู้ใช้เดิมกำลังพิจารณาอัปเดต สิ่งที่ควรดูคือการทำงานกับอุปกรณ์ของตัวเองและขั้นตอนที่โรงเรียนใช้อยู่ มากกว่าคาดเดาจากตัวเลขรุ่น

สำหรับผู้ใช้เดิม การรักษาวิธีตั้งชื่อและจัดงานให้คงเส้นคงวาสำคัญกว่าการเปลี่ยนรูปแบบบ่อย ๆ เพราะนักเรียนต้องอาศัยความคุ้นเคยในการตามงาน ส่วนผู้เริ่มใช้ใหม่ควรตรวจระบบปฏิบัติการของอุปกรณ์ให้รองรับ โดยแอปกำหนดขั้นต่ำไว้ที่ 8.1 และเหมาะสำหรับผู้ใช้ระดับอายุ 3 ปีขึ้นไปตามการจัดประเภทเนื้อหา ตัวเลขอายุนี้เป็นการจัดประเภท ไม่ได้หมายความว่าเด็กเล็กควรใช้งานโดยไม่มีผู้ใหญ่ช่วยดูแล

แอปมีคะแนนเฉลี่ย 3.3 จากรีวิวราว 6,100 รายการ ความเห็นที่หลากหลายเป็นเครื่องเตือนว่าประสบการณ์อาจต่างกันตามการตั้งค่าของชั้นเรียน ความคุ้นเคยของผู้ใช้ และวิธีที่ครูนำไปใช้ ฉันจึงมองว่าควรทดลองกับงานจริงหนึ่งหน่วยการเรียนก่อนขยายไปทุกวิชา วิธีนี้ทำให้ครูเห็นว่าการประกาศ การส่งงาน และการให้ข้อเสนอแนะเข้ากับกิจวัตรของชั้นเรียนหรือไม่ โดยไม่ต้องเปลี่ยนระบบทั้งหมดในคราวเดียว

สิ่งที่ควรจับตาต่อไปสำหรับผู้ใช้ไม่ใช่การคาดเดาว่าแอปจะเพิ่มอะไร แต่คือความเหมาะสมกับวิธีสอนที่เปลี่ยนไป และความต่อเนื่องของอุปกรณ์ที่นักเรียนมี หากชั้นเรียนยังจัดงานและสื่อสารได้ชัดเจน Classroom ก็ทำหน้าที่ได้ดี หากเริ่มมีขั้นตอนที่ต้องทำซ้ำหรือข้อมูลกระจายไปหลายที่ ครูควรทบทวนข้อตกลงการใช้ก่อนหาแอปใหม่ เพราะบางครั้งปัญหาอยู่ที่กระบวนการ ไม่ใช่ตัวเครื่องมือ

ข้อสรุปจากมุมผู้ใช้

สรุปแล้ว Google Classroom ถือเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้การจัดการชั้นเรียนมีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ว่าคุณจะเป็นครูที่ต้องการเครื่องมือช่วยลดภาระงาน หรือนักเรียนที่ต้องการแพลตฟอร์มที่ทำให้การเรียนเป็นไปอย่างราบรื่น แอปนี้ก็คุ้มค่าที่จะลองใช้งานค่ะ!

คำแนะนำของฉันคือให้ลองใช้เมื่อโรงเรียนหรือครูพร้อมจัดงานและประกาศในพื้นที่เดียวกัน เพราะประโยชน์จะชัดที่สุดเมื่อทุกคนใช้วิธีเดียวกัน หากต้องการเพียงแชตหรือประชุมสด มีเครื่องมือที่ตรงงานกว่า แต่สำหรับการแนบงาน ติดตามการส่ง และเก็บคำแนะนำไว้กับบริบทของชั้นเรียน แอปนี้เป็นตัวเลือกที่ใช้งานได้จริง โดยเฉพาะเมื่อครูวางกติกาให้ง่ายพอที่นักเรียนจะทำตามได้ต่อเนื่อง จุดคุ้มค่าของมันคือความเป็นระเบียบที่เกิดจากการใช้ร่วมกัน ไม่ใช่คำสัญญาว่าจะทำให้ทุกขั้นตอนของการเรียนหายไปเอง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Google Classroom


Google Classroom คืออะไรและใช้งานอย่างไร?

Google Classroom เป็นแพลตฟอร์มการจัดการการศึกษาออนไลน์ที่พัฒนาโดย Google ช่วยให้ครูสามารถสร้างและจัดการชั้นเรียนออนไลน์ได้อย่างสะดวกสบาย นักเรียนสามารถเข้าถึงเนื้อหา เอกสารงาน และกิจกรรมต่างๆ ได้ง่ายๆ ผ่านอุปกรณ์ที่มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต แอปนี้ช่วยลดการใช้กระดาษและเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนการสอนอย่างมากมาย


Google Classroom สามารถใช้งานบนอุปกรณ์ใดบ้าง?

Google Classroom สามารถใช้งานได้ทั้งบนอุปกรณ์ Android และ iOS รวมถึงผ่านเว็บเบราว์เซอร์บนคอมพิวเตอร์หรือแล็ปท็อป ซึ่งทำให้สะดวกในการเข้าถึงและใช้งานได้ทุกที่ทุกเวลา เพียงแค่มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต นักเรียนและครูสามารถเข้าถึงชั้นเรียนได้อย่างไม่มีข้อจำกัด


วิธีการสมัครใช้งาน Google Classroom ต้องทำอย่างไร?

การสมัครใช้งาน Google Classroom สามารถทำได้ง่ายๆ โดยเริ่มจากการมีบัญชี Google จากนั้นเข้าสู่ระบบ Google Classroom ผ่านแอปหรือเว็บไซต์ ลงทะเบียนในชั้นเรียนโดยใช้โค้ดที่ครูจัดเตรียมให้ หรือหากคุณเป็นครูก็สามารถสร้างชั้นเรียนใหม่ได้ทันที


มีค่าใช้จ่ายในการใช้ Google Classroom หรือไม่?

Google Classroom ให้บริการฟรีสำหรับทั้งครูและนักเรียน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของบริการ Google Workspace for Education อย่างไรก็ตาม องค์กรหรือโรงเรียนที่ต้องการฟีเจอร์เพิ่มเติมอาจต้องสมัครใช้บริการระดับพรีเมียมที่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมตามแพ็คเกจที่เลือก


Google Classroom ปลอดภัยสำหรับการใช้งานหรือไม่?

Google Classroom ได้รับการออกแบบมาให้มีความปลอดภัยสูงสุดในการใช้งาน มีการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลและการสื่อสารระหว่างครูและนักเรียนด้วยการเข้ารหัสข้อมูล นอกจากนี้ Google ยังมีนโยบายความเป็นส่วนตัวที่เข้มงวดเพื่อให้มั่นใจว่าผู้ใช้ทุกคนปลอดภัย

โฆษณา
Google Classroom

Google Classroom

การศึกษา

อ่านรีวิวนี้ในภาษาอื่น

Google Classroom ENGoogle Classroom JAGoogle 클래스룸 KOGoogle Classroom DEGoogle Classroom FRGoogle Classroom PTGoogle Classroom ESGoogle Classroom ITGoogle Classroom ARGoogle Classroom HIGoogle Classroom NL

เว็บไซต์นี้ให้ข้อมูลอิสระเกี่ยวกับแอปของบุคคลที่สาม เราไม่ได้เป็นเจ้าของ พัฒนา หรือเผยแพร่แอปเหล่านั้น ชื่อ โลโก้ และเครื่องหมายการค้าเป็นของเจ้าของแต่ละราย รายละเอียดผู้พัฒนามีไว้เพื่อใช้อ้างอิงเท่านั้น หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม โปรดติดต่อผู้พัฒนาที่ apps-help@google.com ไปที่ https://classroom.google.com/ หรือดู http://www.google.com/policies/privacy

แอปที่ทำงานแบบเดียวกัน