Shima Bird - Japanese Learning

การศึกษา

Shima Bird - Japanese Learning icon
338.00 รีวิว
4.9
ดาวน์โหลด
10.00K
1.0.25
เวอร์ชัน
โฆษณา

ภาพหน้าจอ

Shima Bird - Japanese Learning screenshot
Shima Bird - Japanese Learning screenshot
Shima Bird - Japanese Learning screenshot
Shima Bird - Japanese Learning screenshot
Shima Bird - Japanese Learning screenshot
Shima Bird - Japanese Learning screenshot
Shima Bird - Japanese Learning screenshot
Shima Bird - Japanese Learning screenshot

ดาวน์โหลดจาก

รับได้ที่ ดาวน์โหลดจาก Google Play ดาวน์โหลดบน ดาวน์โหลดจาก Apple Store Unknown ดาวน์โหลดไฟล์ APK

ข้อดี

  • มีแบบฝึกหัดคำศัพท์ญี่ปุ่นที่เหมาะกับผู้เริ่มต้น
  • ช่วยฝึกจำคันจิผ่านการทบทวนซ้ำอย่างเป็นระบบ
  • บทเรียนสั้น ใช้เวลาเรียนแต่ละครั้งไม่นาน
  • มีตัวอย่างคำศัพท์ในบริบทที่ช่วยเข้าใจการใช้งาน
  • เหมาะสำหรับเรียนเสริมระหว่างเดินทางหรือช่วงเวลาว่าง

ข้อเสีย

  • เนื้อหาไวยากรณ์เชิงลึกยังไม่ครอบคลุมมากนัก
  • ผู้เรียนระดับกลางถึงสูงอาจรู้สึกว่าเนื้อหาง่ายเกินไป
  • ฟีเจอร์บางอย่างอาจต้องสมัครสมาชิกแบบเสียเงิน
  • การพึ่งพาการทบทวนอาจทำให้การเรียนรู้รู้สึกซ้ำ
  • ควรใช้คู่กับแอปฝึกฟังและสนทนาเพื่อพัฒนาครบทุกด้าน
โฆษณา

ฉันลองใช้ Shima Bird ในฐานะแอปการศึกษาสำหรับเรียนคันจิและคำศัพท์ภาษาญี่ปุ่น แล้วพบว่าจุดเด่นของมันไม่ได้อยู่ที่การยัดเนื้อหาให้มากที่สุด แต่อยู่ที่การทำให้การทบทวนกลายเป็นกิจวัตรสั้น ๆ ที่หยิบขึ้นมาทำได้ง่าย แอปนี้พัฒนาโดย Renrei Studio เปิดให้ใช้งานฟรี และเหมาะกับผู้ใช้ตั้งแต่อายุสามขวบขึ้นไปตามการจัดประเภทเนื้อหา

หน้าร้านอธิบายแนวคิดของแอปไว้สั้น ๆ ว่าใช้ระบบทบทวนอัจฉริยะ ฉันมองว่าคำนี้ควรเข้าใจในแง่ของการช่วยจัดจังหวะการกลับมาเจอคำศัพท์และคันจิ มากกว่าจะคาดหวังว่าแอปจะทำหน้าที่แทนครู หนังสือเรียน หรือบทสนทนาจริงทั้งหมดได้ จุดประสงค์ที่เหมาะที่สุดคือช่วยให้สิ่งที่เคยเรียนไม่หายไปจากความจำระหว่างวันที่ไม่มีเวลานั่งเรียนยาว ๆ

ประสบการณ์เริ่มต้นและรูปแบบการเรียนที่เหมาะกับการทบทวน

สิ่งที่ฉันชอบคือแอปมีทิศทางชัดเจนตั้งแต่แรก ผู้ใช้ไม่ได้ต้องเดาว่าควรเริ่มจากเกม ส่วนคำศัพท์ หรือบทเรียนประเภทใด เพราะแกนหลักคือคันจิกับคำศัพท์ภาษาญี่ปุ่นโดยตรง สำหรับคนที่กำลังเริ่มจำตัวอักษรญี่ปุ่น นี่ช่วยลดปัญหาที่พบบ่อยในแอปการศึกษาหลายตัว ซึ่งมีเมนูเยอะจนผู้ใช้ใช้เวลาเลือกบทเรียนมากกว่าลงมือเรียน

การเรียนคันจิมีความท้าทายเฉพาะตัว เพราะการจำรูปร่างอย่างเดียวไม่พอ ต้องเชื่อมโยงความหมาย วิธีอ่าน และคำที่นำไปใช้จริงด้วย ฉันจึงแนะนำให้ใช้แอปนี้เป็นเครื่องมือทบทวนหลังจากเรียนเนื้อหาใหม่จากชั้นเรียน หนังสือ หรือบทเรียนอื่น ไม่ควรพึ่งแอปเพียงอย่างเดียวหากเป้าหมายคือเขียนประโยคหรือสนทนาได้คล่อง

จุดแข็งของระบบทบทวนอัจฉริยะจะเห็นชัดเมื่อใช้ต่อเนื่องมากกว่าการเปิดดูครั้งเดียว ถ้าฉันมีเวลาว่างเพียงไม่กี่นาที การกลับมาเจอรายการที่ต้องทบทวนทำให้ช่วงเวลาสั้น ๆ มีเป้าหมาย ไม่ต้องเสียเวลาค้นหาว่าวันนี้ควรจำอะไร การใช้งานลักษณะนี้เหมาะกับคนที่เดินทางไปเรียนหรือทำงาน และต้องการแบ่งการเรียนเป็นช่วงเล็ก ๆ

อย่างไรก็ตาม ฉันไม่อยากให้คำว่า “อัจฉริยะ” ทำให้คาดหวังเกินจริง ระบบช่วยจัดการการทบทวนได้ แต่ความจำยังขึ้นอยู่กับการตอบอย่างตั้งใจและการนำคำไปใช้ภายนอกแอป หากกดผ่านเร็ว ๆ เพื่อให้จบรายการ การกลับมาทบทวนบ่อยก็อาจไม่ช่วยมากนัก วิธีที่ได้ผลกว่าคือหยุดคิดก่อนตอบ และลองนึกตัวอย่างคำหรือประโยคสั้น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่เห็น

การใช้ในช่วงที่สัญญาณไม่แน่นอน

ประเด็นเรื่องการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตควรคิดไว้ตั้งแต่ก่อนใช้งาน ฉันไม่ขอสรุปว่าแอปทำงานแบบออฟไลน์ได้ เพราะสิ่งนี้ขึ้นอยู่กับส่วนของแอปที่กำลังเปิดและการทำงานของรุ่นที่ติดตั้งจริง หากกำลังจะนั่งรถไฟ เข้าอาคารที่สัญญาณอ่อน หรือเดินทางไปต่างประเทศ ควรเปิดแอปล่วงหน้าและตรวจสอบด้วยตัวเองว่าบทเรียนที่ต้องใช้เข้าถึงได้ตามปกติหรือไม่

ในช่วงที่เครือข่ายดี ประสบการณ์จะราบรื่นกว่า โดยเฉพาะเวลาต้องเริ่มเซสชันการทบทวนหรือรอข้อมูลจากระบบ หากหน้าจอค้าง ฉันแนะนำให้รอสักครู่ก่อนกดซ้ำหลายครั้ง เพราะการแตะซ้ำอาจทำให้ผู้ใช้ไม่แน่ใจว่าคำตอบถูกบันทึกแล้วหรือยัง การปิดแล้วเปิดใหม่ทันทีไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุดเสมอไป โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในจุดที่สัญญาณกำลังแกว่ง

วิธีใช้งานที่ปลอดภัยกว่าคือจัดช่วงเรียนหลักไว้ในสถานที่ที่มีสัญญาณคงที่ แล้วใช้ช่วงเดินทางเป็นเวลาทบทวนก็ต่อเมื่อทดสอบการเข้าถึงไว้ก่อนแล้ว ฉันมองว่านี่เป็นข้อควรระวังเชิงปฏิบัติ ไม่ใช่เหตุผลให้ตัดสินแอปในทางลบ เพราะแอปการเรียนจำนวนมากก็มีส่วนที่พึ่งพาการเชื่อมต่อ เพียงแต่ผู้ใช้ควรรู้ว่าการเตรียมตัวล่วงหน้าช่วยลดความหงุดหงิดได้มาก

สถานการณ์บนมือถือที่แอปทำได้ดี

ฉันพบว่ารูปแบบนี้เหมาะกับเวลาว่างที่เกิดขึ้นแบบไม่แน่นอน เช่น รอเพื่อน รอคิว หรือพักระหว่างงาน การทบทวนคำศัพท์ไม่จำเป็นต้องกินเวลานาน หากตั้งใจทำเป็นช่วงสั้น ๆ ก็ช่วยรักษาความต่อเนื่องได้ดีกว่าการรอให้มีเวลาว่างก้อนใหญ่แล้วค่อยเรียนทีเดียว

ตัวอย่างที่เห็นภาพคือคนทำงานที่กำลังเตรียมตัวสอบภาษาญี่ปุ่นอาจเปิดแอประหว่างพักกลางวันเพื่อทบทวนคันจิที่เรียนเมื่อคืน จากนั้นช่วงเย็นจึงใช้หนังสือหรือคลิปเรียนต่อกับไวยากรณ์และการฟัง วิธีนี้แบ่งหน้าที่ได้ชัดเจน แอปช่วยดูแลความจำระยะยาว ส่วนสื่ออื่นช่วยอธิบายบริบทและทักษะที่ต้องใช้จริง

การใช้บนมือถือยังมีข้อจำกัดด้านสมาธิด้วย การแจ้งเตือน งานที่ค้างอยู่ หรือการเปิดแอปอื่นสลับไปมาอาจทำให้การทบทวนกลายเป็นการแตะหน้าจอโดยไม่คิด ฉันแนะนำให้กำหนดเป้าหมายเล็ก ๆ ก่อนเริ่ม เช่น วันนี้จะตอบอย่างมีสติ ไม่ใช่แค่เปิดแอปให้ครบ การเรียนภาษาต้องอาศัยคุณภาพของการนึก ไม่ใช่จำนวนครั้งที่เปิดหน้าจอ

สำหรับเด็กเล็ก แม้การจัดประเภทเนื้อหาจะเริ่มต้นที่ประเภท 3+ แต่ผู้ปกครองควรนั่งดูในช่วงแรกว่ารูปแบบคำถามและจังหวะการใช้งานเหมาะกับเด็กหรือไม่ แอปที่เกี่ยวกับตัวอักษรญี่ปุ่นอาจเหมาะกับเด็กที่สนใจภาษา แต่การเรียนด้วยตัวเองทั้งหมดอาจไม่พอหากยังอ่านคำอธิบายหรือทำความเข้าใจคำสั่งไม่ได้

วิธีรับมือเมื่อการเรียนสะดุด

สิ่งที่ฉันให้ความสำคัญมากกว่าความเร็วคือการกลับมาใช้ต่อหลังจากขาดช่วง หากหายไปหลายวัน ไม่ควรพยายามเร่งทำทุกอย่างในครั้งเดียว เพราะจะทำให้เซสชันยาวเกินไปและสร้างความรู้สึกว่าแอปเป็นภาระ ควรแบ่งการกลับมาเป็นช่วงสั้น ๆ แล้วให้ระบบช่วยจัดลำดับสิ่งที่ควรทบทวนตามที่แอปนำเสนอ

ถ้าคำศัพท์บางคำจำไม่ได้ซ้ำ ๆ ฉันจะไม่ตอบแบบเดาสุ่มเพื่อผ่านไป แต่จะจดคำนี้แยกไว้ แล้วหาตัวอย่างการใช้จากแหล่งอื่น วิธีนี้เผยให้เห็นข้อจำกัดสำคัญของแอปทบทวน นั่นคือการจำคำตอบในหน้าจอไม่เท่ากับการรู้จักคำในสถานการณ์จริง การเสริมด้วยประโยค ตัวอย่างเสียง หรือการเขียนด้วยมือจะช่วยปิดช่องว่างนี้

กรณีแอปตอบสนองช้าหรือการเชื่อมต่อขาด ฉันแนะนำให้ตรวจสอบพื้นฐานก่อน ได้แก่ เปลี่ยนไปใช้เครือข่ายที่เสถียรกว่า ปิดแอปแล้วเปิดใหม่ และหลีกเลี่ยงการกดปุ่มเดิมซ้ำอย่างรวดเร็ว หากยังเกิดปัญหา ควรพักการทบทวนไว้ก่อนแทนการฝืนทำต่อ เพราะการตอบโดยไม่แน่ใจว่าผลถูกบันทึกหรือไม่อาจทำให้ติดตามความคืบหน้าได้ยาก

อีกวิธีที่ช่วยได้คือสร้างกิจวัตรที่ไม่ผูกกับเวลาตายตัวเกินไป เช่น ตั้งใจทบทวนหลังอาหารเช้าหรือก่อนนอน แต่มีแผนสำรองเป็นช่วงพักระหว่างวัน หากช่วงหลักพลาดก็ยังมีโอกาสกลับมาเรียนโดยไม่รู้สึกล้มเหลว ฉันมองว่านี่เหมาะกับแอปที่ใช้การทบทวนเป็นแกน เพราะความสม่ำเสมอสำคัญกว่าการทำหนักเป็นครั้งคราว

การใช้แบบประหยัดอินเทอร์เน็ตและค่าใช้จ่าย

Shima Bird เปิดให้ดาวน์โหลดและใช้งานฟรี แต่มีการซื้อภายในแอปตั้งแต่ ฿35.00 ถึง ฿1,000.00 ต่อรายการ ฉันจึงแนะนำให้เริ่มจากส่วนที่ใช้งานได้โดยไม่จ่ายเงินก่อน แล้วค่อยตัดสินใจว่าความสะดวกหรือเนื้อหาเพิ่มเติมคุ้มกับรูปแบบการเรียนของตัวเองหรือไม่ อย่าซื้อเพียงเพราะรู้สึกว่าต้องปลดล็อกทุกอย่างเพื่อเรียนภาษาให้จริงจัง

ถ้าต้องควบคุมการใช้อินเทอร์เน็ต ควรเปิดแอปผ่าน Wi-Fi ที่ไว้ใจได้เมื่อทำได้ และหลีกเลี่ยงการเปิดทบทวนซ้ำไปมาขณะสัญญาณมือถือไม่เสถียร นอกจากช่วยลดการใช้ข้อมูลแล้ว ยังลดโอกาสที่เซสชันจะสะดุดหรือส่งคำตอบซ้ำ การวางแผนแบบนี้สำคัญเป็นพิเศษสำหรับผู้ที่มีแพ็กเกจข้อมูลจำกัด

ฉันยังแนะนำให้ผู้ใช้แยก “ค่าใช้จ่ายเพื่อการเรียน” ออกจาก “ค่าใช้จ่ายเพื่อความสบาย” ให้ชัดเจน หากฟังก์ชันพื้นฐานตอบโจทย์การทบทวนอยู่แล้ว การซื้อเพิ่มเติมอาจไม่จำเป็น แต่ถ้าใช้ทุกวันและส่วนเสริมช่วยลดเวลาที่ต้องจัดการรายการเรียนด้วยตัวเอง ก็อาจมีเหตุผลมากขึ้น การตัดสินใจควรดูจากพฤติกรรมจริงหลังใช้งาน ไม่ใช่จากความรู้สึกในวันแรก

เหมาะกับใคร และใครควรเลือกทางอื่น

แอปนี้เหมาะกับผู้เริ่มเรียนภาษาญี่ปุ่น คนที่กำลังสะสมคำศัพท์ และผู้เรียนที่มีพื้นฐานอยู่แล้วแต่ต้องการรักษาความจำคันจิให้ต่อเนื่อง ฉันยังมองว่าเหมาะกับคนที่ชอบการเรียนแบบเป็นรอบสั้น ๆ มากกว่าการอ่านบทเรียนยาว เพราะแกนของแอปคือการกลับมาทบทวนสิ่งที่เคยเจอ

ในทางกลับกัน คนที่ต้องการเรียนไวยากรณ์อย่างเป็นระบบ ฝึกฟังบทสนทนายาว หรือฝึกพูดกับคนจริงไม่ควรใช้แอปนี้เป็นเครื่องมือหลักเพียงตัวเดียว หนังสือหลักสูตรหรือแอปที่เน้นบทสนทนาอาจเหมาะกว่าในเป้าหมายเหล่านั้น ส่วนคนที่ไม่ชอบการทบทวนซ้ำอาจรู้สึกว่ารูปแบบนี้จำเจ แม้ระบบจะช่วยจัดลำดับให้ก็ตาม

เมื่อเทียบกับการใช้บัตรคำทั่วไป จุดต่างที่ฉันเห็นคือผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องวางแผนรอบทบทวนทุกอย่างเอง แต่บัตรคำแบบทำเองเปิดโอกาสให้เลือกประโยคและคำศัพท์เฉพาะทางได้ละเอียดกว่า เมื่อเทียบกับชั้นเรียน แอปมีความยืดหยุ่นและเข้าถึงง่ายกว่า แต่ไม่มีครูคอยแก้ความเข้าใจผิดหรือปรับคำอธิบายตามจุดอ่อนของผู้เรียน

ดังนั้นตัวเลือกที่ดีที่สุดอาจไม่ใช่การเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ฉันจะใช้ Shima Bird สำหรับการจำและทบทวน ใช้หนังสือหรือบทเรียนสำหรับโครงสร้างภาษา และใช้สื่อเสียงหรือการสนทนาสำหรับการฟังกับการพูด การแบ่งบทบาทเช่นนี้ทำให้เห็นคุณค่าของแอปชัดขึ้น โดยไม่บังคับให้มันทำงานเกินขอบเขตที่เหมาะสม

ภาพรวมรุ่นปัจจุบันและความน่าเชื่อถือจากผู้ใช้

รุ่นที่ระบุอยู่ในปัจจุบันคือ 1.0.25 และแอปรองรับระบบปฏิบัติการตั้งแต่ 6.0 ขึ้นไป จึงควรตรวจสอบรุ่นของโทรศัพท์ก่อนติดตั้ง โดยเฉพาะผู้ที่ใช้เครื่องเก่าหรือมีพื้นที่และทรัพยากรจำกัด การติดตั้งได้ไม่ได้แปลว่าประสบการณ์จะเหมือนกันทุกเครื่อง การใช้งานจริงยังขึ้นกับประสิทธิภาพของอุปกรณ์และคุณภาพเครือข่ายในขณะนั้น

ในภาพรวม แอปมีคะแนนเฉลี่ย 4.9 จากประมาณ 2.1 พันการให้คะแนน และมียอดติดตั้งมากกว่า 10,000 ครั้ง ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่าผู้ใช้กลุ่มหนึ่งตอบรับแนวคิดของแอปดี แต่ฉันยังแนะนำให้ประเมินจากเป้าหมายส่วนตัว เพราะคะแนนสูงไม่ได้หมายความว่าแอปจะเหมาะกับคนที่ต้องการฝึกพูดหรือเรียนไวยากรณ์เชิงลึก

สิ่งที่ควรทำหลังติดตั้งคือทดลองใช้งานในชีวิตจริงหลายบริบท ไม่ใช่แค่เปิดดูในบ้าน ลองใช้ผ่าน Wi-Fi ลองเปิดในช่วงพัก และลองกลับมาเรียนหลังเว้นช่วง จากนั้นถามตัวเองสามข้อว่า จำคำได้ดีขึ้นหรือไม่ ใช้งานสะดวกในเครือข่ายที่มีหรือไม่ และรูปแบบทบทวนเข้ากับเวลาว่างจริงหรือเปล่า คำตอบเหล่านี้มีประโยชน์กว่าการตัดสินจากหน้าจอแรก

คำตัดสินเรื่องการเชื่อมต่อและความคุ้มค่า

สำหรับฉัน Shima Bird เป็นแอปที่น่าสนใจเมื่อมองเป็นผู้ช่วยทบทวนคันจิและคำศัพท์บนมือถือ โดยเฉพาะคนที่ต้องการใช้เวลาสั้น ๆ ให้เกิดประโยชน์และไม่อยากจัดตารางบัตรคำด้วยตัวเอง จุดแข็งอยู่ที่แนวทางชัดเจน ระบบทบทวนเป็นแกนหลัก และความยืดหยุ่นของแอปฟรีที่เริ่มลองได้โดยไม่ต้องตัดสินใจจ่ายเงินทันที

ข้อควรระวังคืออย่าคาดหวังให้มันแทนหลักสูตรภาษาญี่ปุ่นทั้งหมด และควรเตรียมแผนใช้งานเมื่ออยู่ในจุดที่อินเทอร์เน็ตไม่แน่นอน เพราะประสบการณ์บนมือถือจะดีขึ้นมากเมื่อเปิดใช้งานในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ฉันยังอยากให้ผู้ใช้ตอบอย่างตั้งใจ เสริมคำที่จำยากด้วยประโยคจริง และกลับมาใช้เป็นกิจวัตรแทนการเร่งทำครั้งเดียวจำนวนมาก

ถ้าคุณกำลังหาวิธีรักษาความต่อเนื่องในการจำคันจิและคำศัพท์ ฉันคิดว่าแอปนี้ควรอยู่ในรายชื่อที่ลองได้ แต่ถ้าเป้าหมายหลักคือการสนทนา การฟัง หรือการเขียนภาษาญี่ปุ่นอย่างละเอียด ควรจับคู่กับเครื่องมือประเภทอื่น สำหรับผู้เรียนที่ยอมรับขอบเขตนี้ได้ จุดคุ้มค่าที่สุดคือการเปลี่ยนช่วงเวลาว่างเล็ก ๆ ให้กลายเป็นการทบทวนที่มีทิศทาง และนั่นคือเหตุผลที่ฉันแนะนำให้ทดลองใช้ก่อนตัดสินใจซื้อส่วนเสริม

Unknown

Shima Bird - Japanese Learning คือแอปอะไร และเหมาะกับผู้เรียนระดับไหน?

Shima Bird - Japanese Learning เป็นแอปสำหรับฝึกภาษาญี่ปุ่นผ่านบทเรียนและกิจกรรมแบบโต้ตอบ เหมาะตั้งแต่ผู้เริ่มต้นที่ยังไม่คุ้นเคยกับฮิรางานะและคาตากานะ ไปจนถึงผู้เรียนที่ต้องการทบทวนคำศัพท์และประโยคพื้นฐาน ก่อนดาวน์โหลดควรตรวจสอบว่ารูปแบบบทเรียนตรงกับเป้าหมายของคุณหรือไม่ เช่น การสนทนา การอ่าน หรือการเตรียมสอบภาษาญี่ปุ่น


แอปนี้ช่วยฝึกทักษะภาษาญี่ปุ่นด้านใดบ้าง?

จากการทดลองใช้งาน แอปเน้นการเรียนรู้แบบค่อยเป็นค่อยไป โดยอาจครอบคลุมคำศัพท์ ไวยากรณ์ การอ่าน และการฟัง ขึ้นอยู่กับบทเรียนที่เลือก จุดเด่นคือช่วยให้ผู้เรียนทบทวนเนื้อหาเป็นช่วงสั้น ๆ และเรียนซ้ำได้ตามต้องการ อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ต้องการพัฒนาการพูดหรือการเขียนอย่างจริงจังควรใช้แอปร่วมกับการฝึกสนทนาและการเขียนกับแหล่งเรียนรู้อื่น


Shima Bird - Japanese Learning ใช้งานฟรีหรือมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม?

ผู้ใช้ควรตรวจสอบรายละเอียดในหน้า Google Play หรือ App Store ก่อนติดตั้ง เนื่องจากแอปอาจมีทั้งเนื้อหาฟรีและฟีเจอร์ที่ต้องสมัครสมาชิกหรือซื้อภายในแอป เช่น บทเรียนเพิ่มเติม ระบบทบทวนขั้นสูง หรือการตัดโฆษณา ค่าใช้จ่ายและเงื่อนไขอาจแตกต่างกันตามระบบปฏิบัติการและประเทศ จึงควรอ่านรายละเอียดการเรียกเก็บเงินให้ครบถ้วนก่อนยืนยันการสมัคร


จำเป็นต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตตลอดเวลาหรือไม่?

การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตอาจจำเป็นสำหรับการดาวน์โหลดบทเรียน การซิงโครไนซ์ความคืบหน้า การอัปเดตเนื้อหา หรือการใช้งานฟีเจอร์บางประเภท ส่วนบทเรียนที่ดาวน์โหลดไว้แล้วอาจเปิดใช้งานแบบออฟไลน์ได้ ทั้งนี้ความสามารถดังกล่าวขึ้นอยู่กับเวอร์ชันของแอปและการตั้งค่าของผู้พัฒนา หากต้องการเรียนระหว่างเดินทาง ควรทดสอบโหมดออฟไลน์ก่อนใช้งานจริง


แอปนี้เหมาะสำหรับเตรียมสอบ JLPT หรือใช้เรียนภาษาญี่ปุ่นอย่างเดียวได้หรือไม่?

Shima Bird - Japanese Learning สามารถใช้เป็นเครื่องมือเสริมสำหรับสะสมคำศัพท์และทบทวนพื้นฐาน ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อผู้เตรียมสอบ JLPT แต่ไม่ควรพึ่งพาแอปเพียงอย่างเดียว หากต้องการสอบให้ได้ผลดี ควรใช้หนังสือหรือคอร์สที่จัดตามระดับ N5 ถึง N1 พร้อมฝึกไวยากรณ์ การอ่าน การฟัง และทำข้อสอบจำลอง แอปเหมาะกับการสร้างนิสัยเรียนทุกวันมากกว่าการแทนหลักสูตรเต็มรูปแบบ


โฆษณา

ดาวน์โหลดจาก

รับได้ที่ ดาวน์โหลดจาก Google Play ดาวน์โหลดบน ดาวน์โหลดจาก Apple Store

แอปที่คล้ายกัน